เมล็ดข้าวเปลือกสีเหลือง อมเขียว บ่งบอกว่าข้าวยังคงมีความชื้น พวกเขาจึงต้องยอมขายผลผลิตก่อนกำหนด เพราะไม่รู้ว่าวันข้างหน้า ราคาจะตกต่ำไปมากกว่านี้หรือไม่ และหากปล่อยไว้ ฟ้าฝน ก็อาจสร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง
นี่ไม่ใช่ครั้งแรก ที่ราคาข้าวหอมมะลิปทุม ตกลงมาอยู่ต้นละ 6,000 บาท แม้คิดคำนวณ กำไรอาจจะไม่เหลือเพียงพอไปใช้หนี้ที่กู้ยืมมาลงทุน แต่สำหรับชาวนาที่ต้องหาเลี้ยงครอบครัวฤดูต่อฤดู ก็ไม่ได้มีทางเลือกมากนัก
ในแต่ละปี ชาวนาที่อำเภอมโนรมย์ จะปลูกข้าวนาปี และ นาปรัง อย่างละครั้ง แต่ในช่วงฤดูแล้งที่ผ่านมา ทำให้พวกเขาไม่ได้ปลูกข้าวมากว่า 9 เดือน แม้เวลานี้กระทรวงพาณิชย์กำลังจะช่วยเหลือด้วยหลายมาตรการ หนึ่งในนั้นคือการรับจำนำยุ้งฉาง แต่สำหรับพวกเขา ต้องยอมรับกับชะตากรรมที่อาจเข้าไม่ถึงแนวทางบรรเทาความทุกข์ร้อนเหล่านี้ เนื่องจากนโยบายส่งเสริมการเพาะปลูกของรัฐบาลในหลายยุคสมัยที่ผ่านมา ทำให้วิถีเพาะปลูกของพวกเขาจะเน้นขายเพียงอย่างเดียว ไม่ได้เก็บข้าวไว้กินเหมือนเก่า ยุ้งฉางจึงไม่มีความจำเป็น
นาข้าวหลายแปลงที่ยังรอการเก็บเกี่ยว เกษตรกรบางราย ยังมีความหวัง ที่จะเข้าข่ายได้รับการช่วยเหลือ จากภาครัฐบาล พวกเขาหวังว่า การพยุงราคาข้าวไม่ให้ต่ำกว่า 8,000บาท จะเป็นหนทางเดียวที่จะสามารถคืนทุนที่ลงแรงไป และเตรียมสู้ทำกินต่อไปในฤดูกาลหน้า
พฤกษา สุนทรกุล ถ่ายภาพ
นิกร เลิศพิสิฐฐากูร รายงาน