วันนี้ (31 ต.ค. 59) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รองเลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ. ตั้งโต๊ะแถลงว่า การโพสต์ขายข้าวบนโลกออนไลน์อย่างเฟซบุ๊ก ไม่ผิดพระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบขายตรงและจากการตรวจสอบเฟซบุ๊กกว่า 1,000 ตัวอย่าง ก็ไม่มีลักษณะหรือเจตนาประกอบธุรกิจขายตรง เพราะไม่มีคนกลางมีส่วนได้เสียจากการซื้อขาย
นอกจากการขายข้าวออนไลน์แล้ว ล่าสุดในโซเชียลมีเดียเริ่มมีกลุ่มกราฟฟิกดีไซต์เนอร์จิตอาสาประกาศช่วยออกแบบโลโก้, กราฟฟิก, แพคเกจจิ้ง, และทำสื่อประชาสัมพันธ์ทางออนไลน์ให้กับชาวนาที่ต้องการจะขายข้าวผ่านทางออนไลน์ โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย
ด้าน ประภาส ปิ่นตบแต่ง อาจารย์ด้านรัฐศาสตร์และลูกหลานชาวนาที่ปลูกข้าวกินเองที่ติดตามพัฒนาการของนโยบายข้าวมาโดยตลอด เขาอธิบายว่า วิถีเพาะปลูกของชาวนาที่ตอบสนองระบบการส่งออกมากขึ้น จนทำให้ไม่สามารถตั้งหลักได้ ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการส่งเสริมของรัฐบาลในหลายยุคสมัย เมื่อข้าวล้นตลาดและราคามีความผันผวน รัฐบาลในฐานะรัฐต้องร่วมรับผิดชอบเป็นปกติ เพราะในช่วงที่ข้าวไทยราคาดีและได้รับการยอมรับ รัฐบาลก็ได้กำไรจากส่วนต่าง
ขณะที่ รองศาสตราจารย์ สมพร อิศวิลานนท์ นักวิชาการอาวุโส สถาบันคลังสมองของชาติ ให้ความเห็นว่า การแก้ปัญหาที่ดีที่สุด คือ การปรับโครงสร้างการผลิต เพราะหัวใจของปัญหาราคาข้าวตกต่ำอยู่ที่ปริมาณข้าวที่ล้นตลาด ซึ่งทางแก้ไข คือ ต้องลดปริมาณการผลิต และส่งเสริมคุณภาพข้าวให้ดีขึ้น
นอกจากนี้รองศาสตราจารย์ สมพร ยังยกตัวอย่างการแก้ปัญหาข้าวล้นตลาดในอเมริกา ว่า ใช้วิธีการส่งเสริมการปลูกข้าวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยจูงใจชาวนาด้วยการยอมจ่ายเงินอุดหนุนเพิ่มเติมให้ชาวนาที่ร่วมพัฒนาคุณภาพข้าว