คำตัดสินดังกล่าวสืบเนื่องมาจากการยื่นคำร้องของกลุ่มที่สนับสนุนให้สหราชอาณาจักรอยู่กับสหภาพยุโรป (อียู) ที่อ้างว่า การที่รัฐบาลจะเริ่มต้นกระบวนการเบร็กซิท โดยไม่ผ่านการพิจารณาเห็นชอบของสภานั้นเป็นการกระทำที่ขัดกับรัฐธรรมนูญ
ก่อนหน้านี้ นางเทเรซ่า เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ได้กล่าวว่า จะบังคับใช้มาตรา 50 ของสนธิสัญญาลิสบอน เพื่อเริ่มกระบวนการเจรจากับสหภาพยุโรปภายในวันที่ 31 มีนาคมปีหน้า โดยเธอระบุว่าผลการทำประชามติที่ผ่านมา ทำให้รัฐบาลไม่จำเป็นต้องได้รับมติเห็นชอบจากรัฐสภา นอกจากนี้ เธอยังสามารถใช้อำนาจพิเศษที่อนุญาตให้รัฐบาลสามารถถอนตัวจากถอนตัวจากสนธิสัญญาระหว่างประเทศได้
ทั้งนี้ รัฐบาลอังกฤษระบุว่า รู้สึกผิดหวังกับคำตัดสินของศาลสูง พร้อมกับประกาศว่าจะยื่นอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาแห่งสหราชอาณาจักร เนื่องจากรัฐบาลต้องเคารพผลการทำประชามติ
สำหรับการไต่สวนของศาลฎีกาคาดว่าจะเริ่มช่วงต้นเดือนหน้า และจะเป็นการพิจารณาคดีโดยผู้พิพากษาเต็มคณะทั้ง 11 คน ครั้งแรก นับตั้งแต่ก่อตั้งศาลฎีกาแห่งสหราชอาณาจักร เมื่อปี 2005
นอกจากจะมี เบร็กซิท เป็นเดิมพันแล้ว กรณีนี้ยังมีนัยยะสำคัญที่อาจส่งผลกระทบต่อสมดุลอำนาจระหว่างรัฐสภาและรัฐบาลอีกด้วย