เรื่องราวของ “คุณลุงเอก ศรีวิชัย ทรงสุวรรณ” ข้าราชการบำนาญ กระทรวงสาธารณสุข อายุ 72 ปี ได้เล่าไว้ว่า เมื่อตอนอายุ 27 ปี มีโอกาสเข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช นับตั้งแต่วันนั้นทุกอย่างในชีวิตก็เปลี่ยนไป
จากนี้คือคำบอกเล่าของ ลุงเอก ศรีวิชัย ทรงสุวรรณ”
เมื่อพระองค์เสด็จมา ลุงได้ทูลถวายมาลัยกรเป็นอันดับแรก ท่านทรงถามชื่อ และนามสกุล หลังจากทูลถวายรายงานแล้ว พระองค์ท่านถามถึงสถานที่ทำงาน และอายุ ลุงจึงทูลว่าอายุ 27 ปี พระองค์ท่านก็ถามถึงการศึกษา ลุงก็ทูลว่าจบการศึกษาชั้นประถมปีที่ 4 หลังลุงพูดจบ พระองค์ท่านก็รับสั่งต่อว่า “ให้หาทางศึกษาต่อเพื่อความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน” พอพระองค์ท่านเสด็จพระราชดำเนินผ่านไป สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี ก็มาประทับยืนตรงหน้า จากนั้นพระองค์ทรงตรัสว่า “รับ รับสั่งท่านแล้วต้องไปปฎิบัติตามนะ” ลุงจึงตอบว่าครับ แล้วหลังจากนั้นก็ได้มีโอกาสเข้าศึกษาในโรงเรียนวัดเขาวัง เขาเปิดการศึกษาผู้ใหญ่พอดี ตอนนั้นยอมรับว่าเป็นอุปสรรคมาก ไม่สามารถคูณได้ ลบก็ไม่เป็น หารยิ่งยากใหญ่ทำไม่ได้เลย
ปีต่อมา 19 มิ.ย. 2515 ที่วัดดอนตูม อำเภอบ้างโป่ง คุณลุงได้มีโอกาสรับเสด็จอีกครั้ง หลังจากถวายรายงานชื่อนามสกุล สถานที่ทำงานแล้ว ท่านนิ่งไปนาน และมองหน้านิ่งไปนาน จนคุณลุงรู้สึกอึดอัด ซักครู่ท่านถามว่า "แล้วไปเรียนหรือยัง" มันเหมือนมีอะไรวูบไปทั้งตัวน้ำตาคลอเบ้าปลื้มใจที่พระองค์จำได้ จากนั้นทูลท่านไปว่า "ผมเข้าเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 การศึกษาผู้ใหญ่วัดเขาวังแล้วครับ" ท่านตรัสมาทันทีว่า "เราอายุเยอะแล้วการเรียนจะมีอุปสรรค อย่าได้ท้อ ต้องมีความอดทน จะได้ประสบความสำเร็จ มีปัญหาอะไรให้บอก" ตอนนั้นก็รับ รับสั่ง เพียงแต่ปลื้มปิติเท่านั้นเอง ว่าได้พบพระองค์อีกครั้ง เป็นพระมหากรุณาธิคุณมากที่สุดที่พระองค์มีคำแนะนำให้ผ่านพ้นอุปสรรคต่างๆ และมีปัญหาอะไรให้บอก ปลื้มใจมาก
หลังจากนั้นก็ได้ทำงานมาระยะเวลาหลายปี ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยแม่และเด็กท่านก็บอกว่า อายุเยอะแล้วนะตอนนี้ จะไปเรียนมหาวิทยาลัยมหิดลคณะสาธารณสุขศาสตร์ไหม ผมก็ประเมินตัวเองว่าความจำยังพอได้ เขียนหนังสือยังใช้ได้อยู่ ก็ตกลงท่านก็ส่งไปสอบที่คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล สอบครั้งแรกไม่ติดกลับมาเสียใจมาก จากนั้นก็เริ่มติวหนังสือแล้วไปสอบใหม่ก็สอบได้
เวลาเข้าชั้นเรียนอาจารย์ก็จะบอกทุกครั้งว่าไหวหรือ อายุเยอะแล้ว ไม่ไหวก็ออกเถอะ จะพูดทุกชั่วโมงกระตุ้นให้คุณลุงฮึดสู้ แล้วทุกวิชายากหมด ต้องใช้ความพยายามสูง แต่พอสอบผ่านลุงได้เขียนหนังสือถึงเลขาพระราชวังให้ช่วยนำความกราบบังคมทูล ว่าคุณลุงจะจบปริญญาตรีแล้ว คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ในปีการศึกษานี้ แล้วส่งไปที่สำนักราชวัง พอคณบดีบอกว่าพระองค์จะเสด็จลุงปลื้มใจมาก จนถึงวันที่เข้ารับปริญญา ลุงมองพระพักตร์ตลอดเวลา มันอิ่มเอมมากที่สุด เพื่อนที่อยู่ข้างหลังบอกลุงว่าพระองค์แย้มพระสรวงนิดๆ
ชีวิตลุงหาบ หิน หาบดิน หาบทราย หาบผักมาขายในตลาด จนกระทั่งมาทำงานในโรงหนัง ใครๆ ก็ว่าเป็นกุ๊ยหน้าวิก (นักเลงหน้าโรงหนัง) มันไม่มีค่ามันตกต่ำที่สุด แล้วพอได้เข้ามาเป็นพนักงานขับรถ เป็นลูกจ้างประจำ ก็นับว่าดีแล้ว พอไปถึงระดับปริญญามันตื้นตันใจ ไม่นึกว่าพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงแนะนำให้ไปศึกษาต่อมีค่ามากแค่ไหน
นี่คือความสำเร็จของชีวิตที่มาจากพระราชดำรัสของพระองค์ท่าน
เครดิต มหิดลแชนเนล