บอร์ดมรดกภูมิปัญญา หนุนขึ้นทะเบียน "ประโคมย่ำยาม" มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของไทย และเตรียมเสนอต่อยูเนสโก 

โดย PPTV Online

เผยแพร่

บอร์ดมรดกภูมิปัญญา หนุนขึ้นทะเบียน “ประโคมย่ำยาม” มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของไทย เตรียมแผนเสนอขึ้นทะเบียนเป็น “มรดกภูมิปัญญาวัฒนธรรมจับต้องไม่ได้” ยูเนสโก  มอบ สวธ. รวบรวมองค์ความรู้เพื่อสืบทอดและเผยแพร่ต่อสังคมไทย-นานาประเทศ

วันนี้ ( 16 พ.ย. 59 ) ที่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย  นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (รมว.วธ.) กล่าวภายหลังประชุมคณะกรรมการส่งเสริมและรักษามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมครั้งที่ 3/2559 ว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบเสนอการประโคมย่ำยามในงานพระราชพิธีพระบรมศพหรือพระศพตามโบราณราชประเพณี เข้าสู่กระบวนการขึ้นบัญชีรายการมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของไทย เนื่องจากในแต่ละปีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม(สวธ.) ได้ดำเนินการคัดเลือกและขึ้นทะเบียนมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของไทยในสาขาต่างๆ  6 สาขาได้แก่

1.วรรณกรรมพื้นบ้านและภาษา 85 รายการ อาทิ นิทานปลาบู่ทอง ขุนช้างขุนแผน 2.ศิลปะการแสดง 67 รายการ อาทิ โขน หมอลำ โนรา 3.แนวปฏิบัติทางสังคม พิธีกรรม ประเพณีและเทศกาล 35 รายการ                4.ความรู้และการปฏิบัติเกี่ยวกับธรรมชาติและจักรวาล 40 รายการ อาทิ น้ำปลาไทย ต้มยำกุ้ง ฤษีดัดตน  5.งานช่างฝีมือดั้งเดิม  57 รายการ  อาทิ ผ้าแพรวา ผ้ามัดหมี่  และ6. การเล่นพื้นบ้าน กีฬาพื้นบ้านและศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัว 34 รายการ อาทิ มวยไทย  หมากเก็บ วิ่งควาย เทศกาลสงกรานต์  ลอยกระทง ผูกเสี่ยว ทั้งนี้ ตั้งแต่ปี 2542- 2558 สวธ.ได้ขึ้นทะเบียนบัญชีมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมในส่วนของประเทศไทยใน 6 สาขา รวมทั้งหมด 318 รายการ

     
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า  ในที่ประชุมได้เชิญผู้ทรงคุณวุฒิ ศิลปินแห่งชาติ  เพื่อระดมความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางการขึ้นทะเบียนประโคมย่ำยามเป็นมรดกทางวัฒนธรรม  ซึ่งการประโคมย่ำยามคือการบรรเลงดนตรีเพื่อสักการบูชาและบอกเวลาปฏิบัติงานโดยมีระยะเวลาห่างกันทุก 3 ชั่วโมง ซึ่งเป็นพิธีที่สืบทอดมาตั้งแต่สมัยอยุธยาจนถึงปัจจุบัน ทั้งนี้ ในงานพระราชพิธีสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช  ทางกรมศิลปากร ได้รับมอบหมายให้นำวงปี่พาทย์นางหงส์เครื่องใหญ่ ประโคมย่ำยามร่วมกับวงประโคมของสำนักพระราชวังจนครบ 100 วัน  โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 14 ตุลาคม 2559 ซึ่งแต่ละวันจะมีการประโคมย่ำยามทุก 3 ชั่วโมง ส่วนเพลงที่วงปี่พาทย์นางหงส์เครื่องใหญ่ ใช้บรรเลงในงานพระราชพิธีสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ เช่น เพลงพราหมณ์เก็บ  หัวแหวน เพลงกระบอกทอง เพลงแมลงวันทอง เป็นต้น  

    

อย่างไรก็ตาม ในปี 2538 การประโคมย่ำยามได้รับการฟื้นฟูโดยการนำวงดนตรีปี่พาทย์นางหงส์ เครื่องคู่ของกรมศิลปากร  ประโคมย่ำยามควบคู่กับวงประโคมของงานเครื่องสูงในพระราชพิธีสวด พระอภิธรรมพระบรมศพสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี

ดังนั้น การประโคมย่ำยามถือเป็นมรดก  ภูมิปัญญาที่จะต้องมีการอนุรักษ์สืบทอด ซึ่งการศึกษาข้อมูลและการเตรียมการประกาศขึ้นทะเบียนมรดก    ภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมในส่วนของประเทศไทยนั้น จะมีการรวบรวมองค์ความรู้เกี่ยวกับการประโคมย่ำยามเพื่อให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาและที่สำคัญได้บันทึกเป็นข้อมูลทางประวัติศาสตร์

นายวีระ กล่าวต่อไปว่า  นอกจากนี้ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิได้เสนอแนะให้มีการถอดองค์ความรู้เกี่ยวกับการประโคมย่ำยาม เช่น การแต่งกาย การบรรเลง เพลง เครื่องดนตรีที่ใช้ เพื่อเป็นความรู้ในการสืบทอด     และเป็นแนวทางการปฏิบัติต่อไป รวมทั้งเพื่อเผยแพร่ความรู้ให้แก่นานาประเทศ ดังนั้น จึงมอบหมายให้ สวธ.ศึกษาและรวบรวมข้อมูล  รวมทั้งศึกษาเปรียบเทียบเกี่ยวกับการเสนอขึ้นทะเบียนมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของประเทศต่างๆที่ได้เสนอต่อองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) และได้ขึ้นทะเบียนเรียบร้อยแล้ว ซึ่งเบื้องต้นได้รับรายงานมีประเทศที่เสนอขึ้นทะเบียนมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ เช่น  ประเทศเกาหลีใต้ มีพิธีบูชาราชวงศ์ในศาลเจ้า จงเมียว เพื่อสักการบูชาได้ขึ้นทะเบียนกับยูเนสโกเมื่อปี 2551 และมีการแสดงหน้ากาก "ชอยงมู" เป็นการแสดงในราชสำนักของเกาหลีและเป็นแสดงในพิธีกรรม เพื่อปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายเพื่อขอพรให้เป็นสิริมงคลได้ขึ้นทะเบียนกับยูเนสโก เมื่อปี 2552    

 

ประเทศเวียดนามมีการแสดง “นานัค” ดนตรีแห่งราชสำนักเวียดนาม เป็นการฟ้อนรำที่แสดงสำหรับราชสำนักเวียดนามตั้งแต่ศตวรรษ ที่ 15 ถึงกลางศตวรรษที่ 20  การแสดงนานัคใช้ในพิธีเปิดและพิธีปิดในงานพระราชพิธีต่างๆที่เกี่ยวข้องกับงานเฉลิมฉลองการครบรอบ งานพิธีกรรมทางศาสนา งานพิธีราชาภิเษก งานพิธีฝังศพและได้ขึ้นทะเบียนกับยูเนสโกปี 2551 และ “กิออง” เพื่อสักการบูชาในพิธีก่อนเก็บเกี่ยวข้าวขึ้นทะเบียนเมื่อปี 2553  และประเทศญี่ปุ่นมีการแสดง  “งากากุ” มีลักษณะพิเศษด้วยบทเพลงที่ช้าและยาวและการร่ายรำ เป็นศิลปะการแสดงทางวัฒนธรรมที่เก่าแก่ที่สุด ใช้แสดงในงานเลี้ยงและพิธีการในพระราชวังแห่งจักรพรรดิและในโรงละครทั่วประเทศและขึ้นทะเบียนกับยูเนสโกปี 2552

ทั้งนี้  ที่ประชุมมีมติเห็นชอบมอบหมายให้สวธ.ไปศึกษาและรวบรวมข้อมูลการประโคมย่ำยาม เพื่อเข้าสู่กระบวนการการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของประเทศไทย ส่วนการเสนอขึ้นทะเบียนมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ต่อยูเนสโกในอนาคตนั้น ได้มอบหมายให้ไปศึกษาแนวทางและใช้เป็นกรณีศึกษาของประเทศเกาหลีใต้ ญี่ปุ่นและเวียดนาม ทั้งนี้ การดำเนินการเสนอขึ้นทะเบียน จะต้องทำหนังสือขอพระบรมราชานุญาตตามลำดับขั้นตอน                                       

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

สารพัดมิตร

สารพัดมิตร

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ