วันนี้ (18 พ.ย. 59) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เงื่อนไขสัญญาการฝึกสอนส่วนบุคคลและเงื่อนไขสัญญาการเป็นสมาชิกบริษัท ทรู ฟิตเนส จำกัด ข้อ 11 และ ข้อ 12 ซึ่งได้ระบุไว้ว่าสมาชิกจะต้องยินยอมใช้บริการฟิตเนสสาขาอื่นในเครือ และไม่สามารถยกเลิกการเป็นสมาชิกได้ หากบริษัท ทรู ฟิตเนส จำกัด ยกเลิกสาขาหรือปิดปรับปรุง ไว้อย่างชัดเจน
ด้านสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ได้เปิดเผยกับทีมข่าวพีพีทีวีว่า ถึงแม้จะเป็นเงื่อนไขสัญญาที่ระบุให้สมาชิกยอมรับความเสี่ยงหากเกิดความเปลี่ยนแปลงในสาขาที่สมัครก็ตาม แต่ถ้าหากมองในมุมกฎหมายตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค เรื่อง ธุรกิจให้บริการออกกำลังกายเป็นธุรกิจควบคุมสัญญา สัญญาของ บริษัท ทรู ฟิตเนส จำกัด เข้าข่ายเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภค และต้องยินยอมให้สมาชิกยกเลิกสัญญาและคืนเงิน
ด้านคุณนภนิษา บุญเตี้ย ผู้ใช้บริการทรู ฟิตเนส สาขาเซน ซึ่งต่อสัญญาสมาชิกฟิตเนสเป็นปีที่ 3 เมื่อวันที่ 13 ต.ค. 59 ก่อนที่ทรูฟิตเนสจะแจ้งประกาศปิดสาขาเซน เมื่อวันที่ 31 ต.ค. 59 เปิดเผยว่า วันที่ต่อสัญญาพนักงานไม่บอกว่าจะปิดสาขาในวันที่ 30 พ.ย. 59 แต่อย่างใด
หลังจากนี้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค จะเรียกทั้ง 2 ฝ่ายมาเจรจา ให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย ส่วนผู้เสียหายรายอื่นๆ ยังกังวลใจว่าจะไม่ได้ค่าสมาชิกที่เหลือคืน เพราะไม่สะดวกที่จะเดินทางไปออกกำลังกายที่สาขาอโศกและแคราย เนื่องจากมีระยะทางไกล และกังวลว่าอีก 2 สาขาจะปิดให้บริการเหมือนกัน