จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊ก Saharat Klomkliew โพสต์ข้อความถึงเหตุการณ์ ที่ลูกเรือการบินไทย และคุณหมอซึ่งเป็นผู้โดยสาร ช่วยกันปั๊มหัวใจ และฟื้นคืนชีพ CPR ผู้โดยสารชายสูงอายุ ที่หยุดหายใจระหว่างเดินทางไปท่องเที่ยวยังประเทศญี่ปุ่น ใจความสำคัญระบุว่า
สุดยอดจิงๆ ลูกเรือ..."การบินไทย" เหตุเกิดในไฟล์ท Tg 682 วันที่ 19/11/16 คุณลุงเป็นผู้โดยสารคนไทย ที่ตั้งใจมาเที่ยวญี่ปุ่นกับลูกๆ หมดสติระหว่างรับประทานอาหารเช้า ประมาณ 1 ชม. ก่อนเครื่องลงที่ HND ลูกเรือที่ดูแลในโซน C class พบเห็นคุณลุงแน่นิ่งไปแบบผิดปกติ จับชีพจรไม่ได้ จึงได้แจ้งหัวหน้างาน เราได้ทำการประกาศหาแพทย์ และ นำผู้โดยสารลงนอนที่พื้น ทำการ CPR ทันที AED และ Medical kit มาถึงอย่างรวดเร็ว
ช่วงที่ลูกเรือกำลังทำ CPR และกำลังแปะ Pad ที่หน้าอกผู้โดยสาร โชคดีมีคุณหมอเป็นผู้โดยสารคนไทยมาช่วย คุณหมอทำ CPR ไป 3 Cycle แล้วส่งต่อให้ลูกเรือทำ เพราะคุณหมอต้องมาเตรียมฉีดอะดรีนาลีน ลูกเรือของเราสลับกันทำ CPR ไปเรื่อยๆ สลับกับการ shock ด้วย AED จนในที่สุดยังไม่ทันได้ฉีดอะดรีนาลีน กราฟการเต้นของหัวใจเริ่มอ่านได้ สรุปลูกเรือเราและคุณหมอได้ทำ CPR ไปประมาณ 15 cycle AED สั่ง shock ไป 3 ครั้ง ใช้เวลาทั้งหมดประมาณ 20 นาที เมื่อเครื่องลงที่ HND มี Rescue team พร้อมรถ Ambulance มารับคุณลุงไปรักษาต่อที่โรงพยาบาล
จากเหตุการณ์ข้างต้น สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ หรือ สพฉ. ได้เน้นย้ำหลักปฏิบัติการปฐมพยาบาล ผู้ป่วยภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน ด้วยการใช้งานเครื่องฟื้นคืนคลื่นหัวใจชนิดอัตโนมัติ หรือ AED และการช่วยฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐาน (CPR) ตามหลักแผนผังการช่วยชีวิตฉุกเฉิน 10 ขั้นตอน ดังนี้
1. ปลอดภัยไว้ก่อน ก่อนจะเข้าไปให้ความช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ หรือผู้ป่วยฉุกเฉินจะต้องตรวจสอบความปลอดภัย ของผู้เข้าให้ความช่วยเหลือก่อน ซึ่งถ้าหากอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ปลอดภัย เช่น ไฟฟ้าช็อต ไฟไหม้ ตึกถล่ม ห้ามเข้าไปให้การช่วยเหลือโดยเด็ดขาด
2. ปลุกเรียกตบไหล่ ตรวจสอบดูว่าผู้ป่วยหมดสติหรือไม่
3. โทร 1669 เพื่อขอความช่วยเหลือ จากเจ้าหน้าที่พร้อมกับนำเครื่องเอดีดีมา
4. ประเมินผู้หมดสติ โดยตรวจดูว่าผู้ป่วยหายใจหรือไม่ หากไม่รู้สึกตัวไม่หายใจ หรือหายใจเฮือกต้องรีบกดหน้าอก
5. กดหน้าอก โดยจัดท่าให้ผู้ป่วยนอนหงาย ผู้ช่วยเหลือนั่งคุกเข่าอยู่ด้านข้างของผู้ป่วย วางส้นมือข้างหนึ่งตรงครึ่งล่างกระดูกหน้าอก และวางอีกข้างทับประสานกันไว้ แขนสองข้างเหยียดตรง โดยให้แนวแขนตั้งฉากกับหน้าอกผู้ป่วย และเริ่มกดหน้าอกผู้ป่วย
6. เมื่อเครื่องเออีดีมาถึงให้เปิดเครื่องถอดเสื้อผู้ป่วย ถ้าตัวเปียกน้ำให้เช็ดน้ำออกก่อนแล้วติดแผ่นนำไฟฟ้า
7. ติดแผ่นนำไฟฟ้า
8.ปฏิบัติตามคำแนะนำของเครื่องเออีดี
9.กดหน้าอกต่อหลังการช็อกไฟฟ้าด้วยเครื่องเออีดีแล้วทันที
10. ส่งต่อผู้ป่วยเมื่อทีมกู้ชีพมาถึง
ขอบคุณเนื้อหาจากเฟซบุ๊ก Saharat Klomkliew