วันนี้ (24 พ.ย. 59) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปริมาณรถยนต์บนถนนรัชดาภิเษกที่มาจากฝั่งถนนลาดพร้าวยังไม่ได้ลดลง จะสังเกตุเห็นท้ายแถวยาวเลยโค้งต่อเนื่องจนถึงศาลอาญารัชดา แต่จากการเฝ้าสังเกตุของทีมข่าวตั้งแต่เช้าพบว่ารถยนต์ที่ติดไฟแยกรัชโยธินจะสามารถผ่านแยกได้ใช้เวลาไม่เกิน 12 นาที
ทันทีที่ปิดสะพานรัชโยธินในช่วงเวลา 8 นาฬิกาเช้านี้ ทีมข่าวได้มีการสำรวจทั้งถนนรัชดาภิเษกและถนนพหลโยธินขาเข้าและออก พบว่ารถยนต์ยังเคลื่อนตัวได้ตลอด แต่จะมีชะลอตัวเล็กน้อยในจุดที่มีการวางแบริเออปิดตรงท้ายสะพานทั้ง 2 ฝั่ง ส่วนจุดกลาง 4 แยกก็สามารถระบายรถที่มาจาก 4 ทิศทางได้อย่างต่อเนื่อง โดยใช้สัญญาณไฟจราจรควบคุมการจราจรทั้งหมด
พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รักษาราชการแทน รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาลได้ลงพื้นที่แยกรัชโยธินวันนี้ กล่าวว่า สภาพการจราจรหลังทดลองปิดสะพานรัชโยธินดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ และยังอยู่ในระดับที่สามารถบริหารจัดการได้ แต่เบื้องต้นพบว่าปริมาณรถยนต์บนถนนวิภาวดีรังสิตเพิ่มขึ้น
ด้านประชาชนมีทั้งที่รับทราบและไม่รับทราบว่ามีการประชาสัมพันธ์ให้ใช้เส้นทางเลี่ยงบริเวณโดยรอบ และส่วนใหญ่ขอให้มีการเพิ่มเจ้าหน้าที่ในการอำนวยความสะดวกและจัดการจราจรบริเวณสี่แยกให้มีประสิทธิภาพและเกิดความคล่องตัวมากที่สุด
สำหรับเส้นทางเลี่ยงการจราจรบริเวณแยกรัชโยธิน สามารถวิ่งได้ในซอยพหลโยธิน 21,23,และ30 เพื่อออกถนนวิภาวดีรังสิต และเส้นรัชดาภิเษกซอย 30,32,36,46 และ48 ออกถนนพหลโยธินและถนนลาดพร้าว
ทั้งนี้ ในวันนี้และวันพรุ่งนี้จะปิดสะพานรัชโยธินเวลา 8 นาฬิกาจนถึง 17 นาฬิกา และจะปิดรื้อถาวรในวันที่ 26 พฤศจิกายนนี้ต่อเนื่อง 2 ปี 2 เดือน ก่อนจะคืนผิวถนนที่ในช่วงต้นปี 2562