ก.พาณิชย์สั่งคุมเข้มราคาสินค้า ป้องกันผู้ประกอบการฉวยโอกาส หลังปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ

โดย PPTV Online

เผยแพร่

กระทรวงพาณิชย์ สั่งเจ้าหน้าที่ออกตรวจสอบราคาสินค้าเพิ่มขึ้น หลังมีการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ย้ำไม่กระทบต้นทุนจนต้องปรับราคาสินค้า โดยเฉพาะอาหารปรุงสำเร็จต้นทุนเพิ่มขึ้นเพียงจานละ 11-20 สตางค์เท่านั้น

วันนี้ (26 พ.ย. 59) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้สั่งการให้พาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศและกรมการค้าภายใน ออกตรวจสอบราคาสินค้า เพื่อป้องปรามไม่ให้ผู้ประกอบการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาสินค้า จากการปรับเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำ 5-10 บาท ใน 69 จังหวัด โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 60 ซึ่งการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำดังกล่าว ส่งผลกระทบต่อต้นทุนและราคาสินค้าน้อยมาก จึงไม่ใช่เหตุผลที่ผู้ประกอบการจะปรับราคาสินค้า ดังนั้นกรมการค้าภายในจึงได้มีมาตรการกำกับดูแลราคาสินค้าอย่างเข้มงวดทุกช่วงการค้า ตั้งแต่ราคา ณ โรงงาน, ตัวแทนจำหน่าย, ผู้ค้าส่ง, ผู้ค้าปลีก รวมทั้งได้จัดสายตรวจในกรุงเทพฯ 9 สาย และภูมิภาคทั่วประเทศ ลงพื้นที่ตรวจสอบราคาสินค้าอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง

โดยจากการศึกษาโครงสร้างต้นทุนของราคาสินค้าจากการปรับเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำต่อราคาจำหน่ายปลีกในเบื้องต้น พบว่า มีผลกระทบต่อต้นทุนเพียง 0.01–1.02 เปอร์เซ็นต์ เช่น อาหาร ปรุงสำเร็จ อย่าง ข้าวผัดกะเพรา จานละ 35 บาท มีผลกระทบ 0.31–0.57 เปอร์เซ็นต์ หรือจานละ 11–20 สตางค์เท่านั้น, นม UHT กล่องละ 12 บาท มีกระทบ 0.04–0.07 เปอร์เซ็นต์ หรือกล่องละ 0.004–0.008 บาท หรือ ไม่ถึง 1 สตางค์, ผงซักฟอก ถุงละ 63 บาท มีผลกระทบ 0.07–0.13 เปอร์เซ็นต์ หรือถุงละ 4-8 สตางค์เท่านั้น แม้แต่สินค้าเสื้อนักเรียน ซึ่งใช้แรงงานสูงในการตัดเย็บก็ยังมีผลกระทบน้อย เช่น ถ้าราคาตัวละ 180 บาท อาจมีต้นทุนเพิ่มขึ้นประมาณตัวละ 0.94–1.74 บาท ดังนั้นราคาสินค้าไม่ควรมีการปรับขึ้นแต่อย่างใด

ทั้งนี้หากประชาชนพบว่ามีการปรับราคาสูงขึ้น อย่างไม่สมเหตุสมผล สามารถร้องเรียนได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 โดยมีโทษสูงสุดจำคุก ไม่เกิน 7 ปี ปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

เข้มข่าวค่ำ

เข้มข่าวค่ำ

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ