เตือนผู้ค้าออนไลน์! ขายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ผ่าน "เฟซบุ๊กไลฟ์" มีโทษทั้งจำทั้งปรับ !

โดย PPTV Online

เผยแพร่

“เทคโนโลยี” มีความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วและเข้าถึงประชาชนมากขึ้น มนุษย์มีการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่ออำนวยความสะดวกต่อการดำรงชีวิตที่หลากหลาย ซึ่งแตกต่างจากในอดีตที่ผ่านมา ดั่งเช่นสมัยก่อนมนุษย์จะสื่อสารกันผ่านนกพิราบหรือจดหมาย โดยกว่าที่จะสามารถสื่อสารกับใครสักคนได้ ต้องใช้ระยะเวลานาน แต่ในปัจจุบัน เทคโนโลยีมีความทันสมัยมากขึ้น มีการสร้างคอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน และแท็บเล็ตขึ้นมา หลังจากนั้นอินเทอร์เน็ตและสื่อสังคมออนไลน์ก็ได้เกิดขึ้นตามมา ทำให้มนุษย์สามารถสื่อสารกันด้วยระยะเวลาอันรวดเร็ว

ปัจจุบันประเทศไทยมีคนใช้อินเทอร์เน็ต รวมทั้งสื่อสังคมออนไลน์เป็นจำนวนมาก เนื่องจากเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทมากขึ้น อย่าง “เฟซบุ๊ก” สื่อสังคมออนไลน์ที่ประชาชนสามารถติดตามข่าวสารได้ทั่วทุกมุมโลก และสามารถสื่อสารกันได้อย่างสะดวกรวดเร็วผ่านทางอินบ็อกหรือช่องแชทของเฟซบุ๊ก โดยล่าสุดเมื่อต้นปีที่ผ่านมาเฟซบุ๊กก็ได้อัพเดตฟังก์ชั่นที่ชื่อว่า “เฟซบุ๊กไลฟ์” หรือการถ่ายทอดสดวิดีโอผ่านทางเฟซบุ๊ก โดยผู้ใช้งานสามารถถ่ายทอดสดวิดีโอขณะนั้นให้เพื่อนดู แทนการโพสต์ภาพหรือวิดีโอ ซึ่งชาวโซเชียลฯ ก็ได้ใช้ช่องทางนี้ในการขายสินค้า

จะเห็นได้ว่ามีสินค้าหลากหลายชนิดที่พ่อค้าแม่ค้าชาวโซเชียลฯ นำมาขาย จนเป็นที่นิยมในกลุ่มชาวโซเชียลฯ ทั้งกระเป๋า เสื้อผ้า รองเท้า นาฬิกา ฯลฯ ซึ่งก็มีทั้งของแท้และของก็อปแบรนด์เนมหรือก็คือสินค้าที่ละเมิดลิขสิทธิ์ โดยทุกคนคงทราบดีอยู่แล้วว่าสินค้าที่นำมาจำหน่ายหากเป็นสินค้าที่ละเมิดลิขสิทธิ์ จะมีโทษตามกฎหมาย และการขายสินค้าที่ละเมิดลิขสิทธิ์ผ่านทางเฟซบุ๊กไลฟ์ก็เช่นเดียวกัน ดังข่าวที่เพิ่งเกิดขึ้นล่าสุด

เมื่อวันที่ 25 พ.ย. 59 ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (ปอศ.) ได้จับกุมตัวแม่ค้าขายสินค้าแบรนด์เนมละเมิดลิขสิทธิ์ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต โดยใช้เฟซบุ๊กไลฟ์เป็นช่องทางในการสินค้า จำนวน 3 ราย โดยผู้กระทำความผิดทั้ง 3 ราย ได้ยอมรับว่าเป็นผู้เสนอจำหน่ายสินค้าที่ปลอมเครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่นบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต โดยการถ่ายทอดภาพสดผ่านโปรแกรม Facebook Live ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวพร้อมของกลางแจ้งข้อกล่าวหาว่า “มีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าปลอมเครื่องหมายการค้าของผู้อื่นที่ได้จดทะเบียนไว้แล้วในราชอาณาจักร” อ่านข่าวได้ที่ บก.ปอศ. รวบตัวแม่ค้าขายแบรนด์เนมปลอม ผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์

และจากการที่ปัจจุบันนี้พ่อค้าแม่ค้าหันมาขายสินค้าผ่านทางเฟซบุ๊กไลฟ์มากขึ้น และสินค้าที่นำมาขายส่วนมากจะเป็นสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ ทีมข่าวนิวมีเดีย PPTV ได้สัมภาษณ์ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ จากเพจเฟซบุ๊ก “ทนายคู่ใจ” ถึงกรณีเช่นนี้

โดยทนายรณณรงค์ กล่าวว่า ในสมัยก่อนเป็นเรื่องยากมากที่ตำรวจจะดำเนินคดีกับผู้ที่ขายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ผ่านทางโซเชียลฯ เนื่องจากไม่รู้ว่าเป็นใคร หรืออาจต้องโอนเงินไปก่อนถึงทราบชื่อ ซึ่งไม่ชัวร์ว่าจะสามารถจับได้ แต่พอมีเฟซบุ๊กไลฟ์เกิดขึ้น ทนายหรือตำรวจไม่ต้องทำการสืบให้ยุ่งยาก เพราะก็เห็นตัวจริงชัดเจนจากคลิปที่กำลังถ่ายทอดสด ทำให้ออกหมายเรียกหรือหมายจับได้ง่ายมาก หากเจ้าของลิขสิทธิ์หรือผู้ที่ซื้อลิขสิทธิ์สินค้าชนิดนั้นมาเห็น สามารถแคปรูปไปแจ้งที่สถานีตำรวจที่อยู่ใกล้บ้านได้เลย

ขายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ ผิด พรบ. หลายมาตรา มีโทษทั้งจำคุก-ปรับเงิน

ทนายรณณรงค์ กล่าวว่า ผู้ที่ขายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ผ่านทางเฟซบุ๊กไลฟ์ มีโทษตามกฎหมาย คือ มีความผิดตาม พรบ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 31 ผู้ใดรู้อยู่แล้วหรือมีเหตุอันควรรู้ว่างานใดได้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่น กระทำอย่างใดอย่างหนึ่งแก่งานนั้นเพื่อหากำไร ให้ถือว่าผู้นั้นกระทำการละเมิดลิขสิทธิ์ ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ 10,000-100,000 บาท และถ้าเป็นความผิดเพื่อการค้า ระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 3 เดือน-2 ปี หรือปรับตั้งแต่ 50,000-400,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

อีกทั้งยังมีความผิดในเรื่องของ พรบ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 ซึ่งจะควบรวมทั้งมาตรา 4 มาตรา 44 มาตรา 108 และมาตรา 109 โดยมาตรา 108 บุคคลใดปลอมเครื่องหมายการค้า เครื่องหมายบริการ เครื่องหมายรับรอง หรือเครื่องหมายร่วมของบุคคลอื่นที่ได้จดทะเบียนแล้ว ในราชอาณาจักรต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 4  ปี หรือปรับไม่เกิน 400,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และมาตรา 109 บุคคลใดเลียนเครื่องหมายการค้า เครื่องหมายบริการ เครื่องหมายรับรอง หรือเครื่องหมายร่วมของบุคคลอื่นที่ได้จดทะเบียนแล้วในราชอาณาจักร เพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อว่าเป็นเครื่องหมายการค้า เครื่องหมายบริการ เครื่องหมายรับรอง หรือเครื่องหมายร่วมของบุคคลอื่นนั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

และนอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงที่จะได้รับโทษตาม พรบ. ลิขสิทธิฉบับใหม่ พ.ศ. 2558 มาตรา 32/3 ในกรณีที่มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่ามีการละเมิดลิขสิทธิ์ในระบบคอมพิวเตอร์ของผู้ให้บริการ เจ้าของลิขสิทธิ์อาจยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อมีคำสั่งให้ผู้ให้บริการระงับการละเมิดลิขสิทธิ์นั้น ซึ่งนั่นแปลว่าทางเจ้าของลิขสิทธิ์มีสิทธิ์ที่จะฟ้องร้องไปทางเฟซบุ๊กได้ ในกรณีที่เว็บไซต์มีการละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่น ทางเจ้าของลิขสิทธิ์สามารถฟ้องร้องให้นำข้อมูลการละเมิดลิขสิทธิ์ออกจากระบบหรือเรียกค่าเสียหาย ผู้ขายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์อาจถูกปิดบัญชีผู้ใช้เฟซบุ๊กได้เพราะผิดเงื่อนไขการใช้งาน

“กรณีเฟซบุ๊กไลฟ์ อยากให้ทุกคนทราบไว้ด้วยว่าถ้าคุณไปละเมิดเครื่องหมายการค้า ความผิดตาม พรบ.เครื่องหมายการค้าเป็นความผิดที่ยอมความไม่ได้ พ่อค้าแม่ค้าที่ทำเฟซบุ๊กไลฟ์และขายของ นอกจากถ้าถูกจับกุมดำเนินคดีแล้ว มันจะเสียประวัติกับตัวท่านเอง ไม่อยากให้ทำกัน เพราะเฟซบุ๊กไลฟ์หนีไม่ได้ คุณเอาตัวคุณโชว์สินค้า เวลามีหมายจับมา จะถึงตัวคุณเร็วมาก” ทนายรณณรงค์ กล่าว

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ