คณิสสร์ ศรีวชิระประภา ประธาน บริษัท เบสท์ริน กรุ๊ป จำกัด ยืนยันว่าไม่ทราบที่มาของรถเมล์เอ็นจีวี รู้เพียงว่าอยู่ในความรับผิดชอบของ บริษัท อาร์ แอนด์ เอ คอมเมอเชียล วีฮีเคลส์ เอสดีเอ็น บีเอชดี ซึ่งเป็นบริษัทคู่สัญญา สัญชาติมาเลเซีย แม้ว่าตลอดการแถลงข่าวสื่อมวลชน พยายามสอบถามถึงกรณีที่เจ้าหน้าที่กรมศุลกากร ตั้งข้อสังเกตเรื่องน้ำหนักรถเมล์เอ็นจีวีจากจีน ส่งไปยังมาเลเซียและส่งต่อมาที่ไทยมีน้ำหนักเท่าเดิม ซึ่งหมายความว่าอาจไม่ได้มีการเพิ่มเติมอะไหล่ใดใด แต่คำชี้แจงมีเพียงซื้อรถจากมาเลเซียโดยไม่ทราบว่าอะไหล่มาจากประเทศใด
ทว่าสิ่งที่ประธาน บริษัท เบสท์ริน กรุ๊ป จำกัด ชี้แจงชัดเจน คือการเตรียมยื่นข้อเสนอขอให้ปล่อยรถเมล์เอ็นจีวีออกจากท่าเรือแหลมฉบัง โดยไม่ต้องรอหลักประกัน เนื่องจาก มีหลักประกันรายได้กว่า 3,000 ล้านบาท ของบริษัทอยู่ที่กระทรวงการคลัง
ทั้งนี้ สำหรับการออกหนังสือรับรองขอใช้สิทธิลดหย่อนภาษีศุลกากร หรือ เอกสาร Form D ประธาน บริษัท เบสท์ริน กรุ๊ป จำกัด มั่นใจว่าเป็นเอกสารจริง เนื่องจากเป็นเอกสารที่ออกโดยทางการมาเลเซีย แต่หากตรวจพบว่าเป็นเอกสารปลอม ตามกระบวนการบริษัทเบสท์ริน กรุ๊ป จำกัด จะต้องยื่นฟ้องบริษัทคู่สัญญาที่รับผลิตรถเมล์เอ็นจีวี เนื่องจากทำให้เสียหาย
ส่วน นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ขอให้ทุกฝ่ายรอผลตรวจสอบของกระทรวงคมนาคมก่อน หากพบว่ากระทำผิดจริงก็ต้องมีผู้รับผิดชอบ ส่วนปัญหานี้จะถึงขั้นยกเลิกโครงการ หรือยกเลิกสัญญาการจัดซื้อหรือไม่ อาจต้องดูรายละเอียดว่าเข้าข่ายกระทำผิดสัญญาหรือไม่