โครงการนี้เริ่มต้นตั้งแต่สมัยรัฐบาล นายทักษิณ ชินวัตร คณะรัฐมนตรีเห็นชอบโครงการจัดซื้อรถเมล์ NGV 2 พันคัน วงเงิน 23,500 ล้านบาท เวลานั้นถูกทักท้วงว่า ราคาจัดซื้อต่อคันแพงเกินจริงมาก ก่อนโครงการจะถูกล้มพับไปเพราะรัฐประหาร
ต่อมารัฐบาลพรรคการเมืองตรงข้ามในสมัยรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็มีทั้งการอนุมัติให้เช่าและจัดซื้อรถเมล์ NGV แต่การตกลงเช่าซื้อขายก็ไม่ทันเวลาเพราะเปลี่ยนรัฐบาลก่อน
จนกระทั่งล่วงเลยมาในสมัยที่ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี มีการขับเคลื่อนโครงการนี้ เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนรถให้กับ ขสมก. โดยตั้งงบประมาณจัดซื้อ 3,183 คัน วงเงินกว่า 1. 3 หมื่นล้านบาท แม้ราคาต่อคันจะถูกกว่าในสมัยรัฐบาลทักษิณมาก แต่ก็ถูกคัดค้านจากภาคประชาชนเพราะปัญหาเรื่องทีโออาร์ และเมื่อตรวจสอบราคาต่อคันทั้งรถปรับอากาศและรถธรรมดาก็ยังสูงเกินจริงอยู่มาก
ถึงขั้น นายไพศาล พืชมงคล กรรมการผู้ช่วย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และอดีตสมาชิกวุฒิสภา โพสต์เฟซบุ๊คส่วนตัว ให้นิยามโครงการจัดซื้อรถเมล์ NGV ว่าเป็นโครงการที่มีความพยายามโกงข้ามภพข้ามชาติ เพราะในสมัยรัฐบาล นายสมัคร สุนทรเวช ก็มีคนพยายามผลักดันแต่เพราะรู้ทันจึงไม่เอาด้วย และรัฐบาล นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ก็เป็นแบบเดียวกัน แต่ถูกทักท้วงจากประชาชนและสื่อ หรือแม้แต่รัฐบาล พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ ก็ต้องสั่งระงับกลางทาง
จนมาถึงรัฐบาลของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งมีข้าราชการรู้ทันจึงสั่งตรวจสอบก่อนรถเมล์เอ็นจีวีล็อตนี้จะถูกส่งมอบให้รัฐบาล เพราะหากปล่อยออกมาและพบว่า หลีกเลี่ยงภาษีในภายหลัง อาจจะเป็นโชคร้ายของรัฐบาลนี้ก็เป็นได้