พลเมืองเน็ต ย้ำ 5 เหตุผล ค้าน พ.ร.บ.คอมพ์ “ล้วงข้อมูล” – “บล็อคเว็บเบ็ดเสร็จ”

โดย PPTV Online

เผยแพร่

จับตา พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ผ่านวาระ 3 วันที่ 15 ธ.ค. นี้ ประกาศใช้ทันที ? - เครือข่ายพลเมืองเน็ต ออกแคมเปญรณรงค์หยุด Single Gateway หยุดกฎหมายล้วงข้อมูลส่วนบุคคล ผู้สนับสนุนทะลุ 5 หมื่นราย

อีกเพียง 2 วัน พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ.... หนึ่งใน "ชุดกฎหมายความมั่นคงดิจิทัล" จะถูกนำเข้าสู่การพิจารณา วาระ 3 ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ในวันพฤหัสที่ 15 ธ.ค. 2559 นี้ ซึ่งหากผ่านวาระนี้จะสามารถประกาศบังคับใช้ และมีผลผูกพันธ์ทางกฎหมายต่อผู้ละเมิด

ทั้งนี้ เนื่องจาก พ.ร.บ.ฉบับล่าสุด เป็นการพัฒนาจากแนวคิด "ซิงเกิลเกตเวย์" (Single Gateway) ที่องค์กรภาคประชาชน และประชาชนมากกว่า 2 หมื่นราย เรียกร้องให้ชะลอการพิจารณา เมื่อต้นปี 2558 เนื่องจากเนื้อหาของตัวบทกฎหมาย เป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชน

ทว่าภายหลังการนำร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว กลับมาพิจารณาใหม่ จนผ่านมาสู่วาระ 3 ยังคงมีหลายประเด็นที่หลายฝ่าย กังวลต่อการละเมิดสิทธิเสรีภาพของผู้ใช้งาน การเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร แนวโน้มการรบกวนการทำงานของระบบอินเทอร์เน็ต ทำให้การใช้งานอินเทอร์เน็ตไม่มีความเป็นส่วนตัว และไม่ปลอดภัยอีกต่อไป ซึ่งกลุ่มเครือข่ายพลเมืองเน็ต ได้สรุปเป็น 5 ประเด็น เฝ้าระวัง ดังนี้

1. ปิดปากการตรวจสอบ: มาตรา 14 (1) ของร่างที่แก้ไขใหม่ ยังถูกตีความให้นำมาใช้กับความผิดฐานหมิ่นประมาทได้ นิยามของ "ข้อมูลเท็จ" ที่ผ่านมาถูกใช้ในทางจำกัด การตรวจสอบผู้มีอำนาจทั้งในภาครัฐและเอกชน ทั้งที่เจตนารมณ์แท้จริงของกฎหมาย มุ่งที่จะแก้ปัญหาการปลอมแปลงตัวตน เพื่อหลอกลวงออนไลน์เท่านั้น แต่ร่างใหม่ยังไม่แก้ไขเรื่องนี้ นอกจากนี้ มาตรา 14 (2) ของร่างที่แก้ไขใหม่ ยังกำหนดฐานความผิดอย่างคลุมเครือยิ่งขึ้น เช่น ความผิดฐานโพสต์ข้อมูลเท็จที่กระทบต่อ "ความปลอดภัยสาธารณะ" "ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ" หรือ "การบริการสาธารณะ" ซึ่งไม่มีนิยามชัดเจนในกฎหมาย อาจทำให้การบังคับใช้มีปัญหา เกิดการตีความโดยเจ้าหน้าที่เพื่อประโยชน์ของผู้มีอำนาจในเวลานั้น

2. เปิดช่องไม่ต้องใช้คำสั่งศาล:  ในข้อ 5 (2) ของร่างประกาศกระทรวงดิจิทัล ตามอำนาจมาตรา 15 ของร่างใหม่ ระบุให้ผู้ให้บริการเว็บไซต์ท่าและโซเชียลมีเดีย จะต้องระงับหรือลบข้อมูลภายใน 3 วันหลังได้รับแจ้ง ไม่เช่นนั้นจะต้องรับโทษเท่ากับผู้โพสต์ ซึ่งขั้นตอนการแจ้งตามมาตรา 15 ดังกล่าว ไม่มีการตรวจสอบโดยศาล และผู้แจ้งจะเป็นใครก็ได้ ทำให้ในทางปฏิบัติการปิดเว็บด้วยมาตรา 15 จะทำได้สะดวกกว่า การใช้มาตรา 20 (ซึ่งต้องใช้คำสั่งศาล)

3. ข้อมูลส่วนบุคคลตกอยู่ในอันตราย: มาตรา 20 ของร่างใหม่ ให้อำนาจรัฐมนตรี ออกประกาศเพิ่มเติมเรื่องวิธีการปิดกั้นเว็บไซต์ได้ ซึ่งปรากฏเอกสารของกระทรวงไอซีที ว่ามีการเตรียมออกประกาศให้สามารถเข้าถึงข้อมูลที่ถูกเข้ารหัส ทั้งนี้เพื่อให้สามารถปิดกั้นเว็บไซต์ที่เข้ารหัส HTTPS ได้ โดยในข้อ 8 ของร่างประกาศกระทรวงดิจิทัล ตามอำนาจมาตรา 20 ได้เขียนให้อำนาจผู้ให้บริการ (เช่นผู้ให้บริการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตเกตเวย์) "ดําเนินการด้วยมาตรการทางเทคนิคใดๆ (Technical Measures) ที่ได้มาตรฐานเพื่อให้บังเกิดผลตามคําสั่งศาล" ภายใน 15 วัน การกระทำดังกล่าวจะรบกวนระบบรักษาความปลอดภัยของอินเทอร์เน็ต และทำให้ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั้งหมดตกอยู่ในความไม่ปลอดภัย แม้จะไม่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดใดเลยก็ตาม

4. ขยายอำนาจปิดเว็บ-ตั้งศูนย์บล็อคเว็บเบ็ดเสร็จ: อำนาจมาตรา 20 ในร่างใหม่ ยังขยายไปถึงการปิดเว็บไซต์ที่อาจผิดกฎหมายอาญาอื่น รวมถึงเนื้อหาที่ถูกกล่าวหาว่า "ละเมิดลิขสิทธิ์" ซึ่งปรากฏว่าที่ผ่านมาในต่างประเทศ มีการใช้ข้ออ้างดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง เพื่อปิดกั้นไม่ให้ผู้บริโภควิพากษ์วิจารณ์สินค้า หรือบริการของบริษัทเอกชน นอกจากนี้ ในข้อ 4 ของร่างประกาศกระทรวงดิจิทัล ตามอำนาจมาตรา 20 ยังจะให้มีการจัดตั้งศูนย์กลาง "เพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทําการระงับการทําให้แพร่หลาย หรือลบข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นเอง โดยอาจเชื่อมโยงระบบดังกล่าว เข้ากับระบบการระงับการทําให้แพร่หลาย หรือลบข้อมูลคอมพิวเตอร์ของผู้ให้บริการในแต่ละราย โดยความยินยอมของผู้ให้บริการก็ได้" ระบบดังกล่าวจะทำให้เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมการระงับและลบข้อมูลของฝั่งผู้ให้บริการได้ทันที ทำให้การตรวจสอบโดยศาล (ก่อนที่พนักงานเจ้าหน้าที่จะใช้อำนาจ) อาจถูกข้ามไปก่อนได้ในทางปฏิบัติ

5. "กบว.ออนไลน์" ปิดเว็บ "ผิดศีลธรรม" แม้ไม่ผิดกฎหมาย: มาตรา 20/1 ซึ่งเพิ่มขึ้นมาใหม่ เรื่องการปิดกั้นเว็บไซต์ จะส่งผลให้เว็บไซต์ถูก "บล็อค" ได้ แม้ว่าเนื้อหาบนเว็บไซต์จะไม่ผิดกฎหมายใดๆ เลยก็ตาม หากคณะกรรมการกลั่นกรองข้อมูลคอมพิวเตอร์เห็นว่าเนื้อหาเหล่านั้น "ขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดี" โดยคณะกรรมการกลั่นกรองฯ หรือ "กบว.ออนไลน์" นี้สามารถมีได้หลายคณะ แต่ละคณะจะมีกรรมการ 5 คนมาจากการแต่งตั้งของรัฐมนตรีกระทรวงดิจิทัล และร่างกฎหมายไม่ได้กำหนดคุณสมบัติที่ชัดเจนของกรรมการ (มาตรา 20/1 ตามร่างฉบับ 18 พ.ย. 2559 คือมาตรา 20 (4) ในร่างฉบับ 26 พ.ย. 2559)

(ขอบคุณอินโฟกราฟิกจาก iLaw)

 

ทั้งนี้ จากการออกแคมเปญรณรงค์ หยุด Single Gateway หยุดกฎหมายล้วงข้อมูลส่วนบุคคล ผ่านเว็บไซต์ Change.org โดยเครือข่ายพลเมืองเน็ต ล่าสุดมีผู้ร่วมลงชื่อสนับสนุนแล้ว 53,989 คน จากเป้าหมาที่ตั้งไว้ 75,000 คน

 

 

 

ขอบคุณข้อมูลจาก แคมเปญรณรงค์ หยุด Single Gateway หยุดกฎหมายล้วงข้อมูลส่วนบุคคล โดย "เครือข่ายพลเมืองเน็ต"

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

เข้มข่าวค่ำ

เข้มข่าวค่ำ

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ