วานนี้ กรมสืบสวนอาชญากรรม เมืองกูวาฮาติ ทางตอนเหนือของประเทศอินเดีย ได้เข้าตรวจค้นที่พักของนักธุรกิจรายหนึ่ง ชื่อว่า ฮาร์ดีป ซิงห์ เบดี หลังได้รับแจ้งเบาะแสว่า นักธุรกิจคนดังกล่าวมีธนบัตรปลอมอยู่ในครอบครองจำนวนมาก แต่สิ่งที่ทำให้เจ้าหน้าที่ประหลาดใจกว่าก็คือ นายเบดี มีธนบัตร 2,000 รูปี และ 500 รูปี รุ่นใหม่ ที่เพิ่งจะออกใช้แทนธนบัตร 500 และ 1,000 รูปี ที่ถูกยกเลิกไป รวมกันเป็นมูลค่ากว่า 15 ล้านรูปี (ประมาณ 8 ล้านบาท) โดยเจ้าหน้าที่ยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัดว่าธนบัตรดังกล่าวมีที่มาจากแหล่งใด แต่ได้มอบให้กรมสรรพากรรับหน้าที่ในการสืบสวนต่อแล้ว
นับตั้งแต่รัฐบาลอินเดียประกาศเลิกใช้ธนบัตรชนิด 500 และ 1,000 รูปี เพื่อปราบปรามวงจรเงินในตลาดมืดและการใช้ธนบัตรรูปีปลอม เมื่อต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา กรมสรรพากรอินเดียสามารถยึดเงินสดนอกระบบได้เป็นจำนวนมากจากทั่วประเทศ ขณะที่ประชาชนจำนวนไม่น้อยก็พยายามหาวิธีซุกซ่อนเงิน จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่สรรพากร หรือแปลงธนบัตรที่ถูกยกเลิกให้เป็นเงินตราที่ชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม การตรวจยึดธนบัตรรุ่นใหม่ที่ถูกกักตุน และมีที่มาโดยผิดกฎหมายนี้ ทำให้เกิดคำถามว่าการที่รัฐบาลยกเลิกธนบัตรรุ่นเก่า จะกำจัดกระแสเงินสดในตลาดมืดได้จริงหรือไม่ ขณะที่ข้อมูลของ บริษัทเ งินทุนหลักทรัพย์ Ambit ระบุว่า ธุรกรรมการเงินนอกระบบของอินเดียนั้น คิดเป็นสัดส่วน ร้อยละ 20 ของจีดีพี ทั้งประเทศเลยทีเดียว