ย้อนไปเมื่อ ปี 2014 ความสนใจของโลกอยู่ที่ยูเครน จากการประท้วงที่รู้จักกันในนาม Euromaidan ที่ประชาชนนับแสนคนได้ออกมาประท้วงจากปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง เนื่องจากไม่พอใจที่อดีตประธานาธิบดีวิคเตอร์ ยาโนโควิช ผู้นำของยูเครนในขณะนั้นล้มข้อตกลงทางการค้าระหว่างยูเครนกับสหภาพยุโรปเพราะต้องการพึ่งพาและเพิ่มความสัมพันธ์กับรัสเซียแทน
การประท้วงจบลงด้วยการเสียชีวิตของประชาชนจำนวนมาก วิกฤตทางการเมืองส่งผลให้ไครเมียซึ่งประชากรส่วนใหญ่มีเชื้อสายรัสเซีย ลงประชามติด้วยคะแนนท่วมท้นให้แยกตัวและผนวกเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซียแทน ขณะที่ทางด้านตะวันออกของประเทศซึ่งติดกับรัสเซียเกิดเป็นแนวรบด้านใหม่เมื่อกลุ่มกบฏซึ่งเชื่อว่ามีรัสเซียหนุนหลัง เปิดฉากทำสงครามกับกองทัพยูเครน การสูญเสียคาบสมุทรไครเมียทางตอนใต้และสงครามแบ่งแยกดินแดนด้านตะวันออก นี่คือเหตุผลส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดกระแสชาตินิยมในยูเครน
Ukraine Fashion Week ปี 2014 จัดขึ้นในช่วงเวลาที่มีการเผชิญหน้ากันของผู้ชุมนุมประท้วงและตำรวจ บางส่วนของแฟชั่นบนแคตวอล์คในปีนั้น จะเห็นการแต่งแต้มสีที่ดูคล้ายเลือดบนหน้านางแบบ หน้ากากป้องกันแก๊สพิษและเสื้อกันกระสุน
ขณะที่ Ukraine Fashion Week ปี 2015 จัดขึ้นท่ามกลางกระแสผนวกไครเมียเข้าเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซียและสงครามด้านตะวันออก
นอกจากแฟชั่นที่ถูกนำเสนอผ่านเวที Ukraine Fashion Week แล้ว ยังมีแฟชั่นที่อาสาสมัครช่วยกันทำขึ้นมาเพื่อปกป้องทหาร เช่น ชุดลายพราง รวมถึงเครื่องประดับที่สามารถใช้ช่วยชีวิตในยามฉุกเฉิน
โลกแห่งการออกแบบและแฟชั่นของยูเครนที่ถูกจุดประกายจากการเมืองและถูกขับเคลื่อนอย่างโดดเด่นด้วยกระแสชาตินิยมนี้จะมีทิศทางอย่างไรต่อไป ขึ้นอยู่กับว่าความขัดแย้งทั้งหลายทั้งปวงที่เกิดขึ้นใน 2 ปีที่ผ่านมาว่าจะไปทางไหน ซึ่งไม่มีดีไซเนอร์คนไหนออกแบบได้