เจ้าหน้าที่ยังคงปฏิบัติงานอย่างยากลำบาก เพราะอิฐจากซากอาคารค่อนข้างหนา ยากต่อการนำออก และตัวอาคารส่วนที่ยังตั้งอยู่มีลักษณะไม่มั่นคง ทำให้เสี่ยงถล่มลงมาเพิ่ม จึงไม่สามารถเข้าได้ในหลายจุด
โดยก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ได้นำรถเครน ยกแผ่นปูนของอาคารที่ถล่มลงมา เพื่อพยายามนำร่างคนงานที่เสียชีวิตแล้วออกมา เป็นรายที่ 3 ซึ่งร่างนี้ติดอยู่ในรถแบคโฮที่หล่นลงมาจากชั้นที่ 5 ของอาคาร หลังอาคารถล่มจากการขับเข้าไปรื้อถอน
ทั้งนี้ หลังเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยได้รับแจ้งเหตุ ว่ามีคนงานติดอยู่ในซากอาคาร 4 ราย จนถึงขณะนี้ พบแล้ว 3 ราย เสียชีวิตทั้งหมด ทว่าสามารถนำร่างออกมาเพียง 2 คน ติดอยู่ภายในอีก 1 ราย และยังไม่ทราบจุดอีก 1 ราย
ขณะนี้ การทำรอยเส้นประบนแผนผังที่เจ้าหน้าที่ร่างขึ้นมา แสดงสัญลักษณ์ว่าเจ้าหน้าที่สามารถเข้าไปค้นหาได้แล้ว แต่ยังไม่ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมดเพราะมีจุดอันตราย ที่ยากต่อการเข้าไป ทำให้การค้นหาค่อนข้างลำบาก
เจ้าหน้าที่นำ สุนัข K-9 ถูกนำมาใช้ช่วยในการค้นหาผู้สูญหายรายสุดท้าย ที่ยังไม่สามารถระบุตำแหน่งที่ชัดเจนได้ ขณะที่ชุดกู้ภัยจากหน่วยต่างๆ ต้องใช้อุปกรณ์เจาะ ตัด เพื่อนำอิฐที่มีความหนาซ้อนกันหลายชั้นออก
ส่วนสาเหตุที่อาคารถล่มเบื้องต้น กรมโยธาธิการและผังเมือง คาดว่าอาจเกิดจากการรื้อถอนไม่เป็นไปตามหลักวิศวกรรมที่ดี ซึ่งอาคารนี้เคยถูกสำนักงานเขตพระโขนง ส่งหนังสือแจ้งผู้ดำเนินการแล้วเมื่อวันที่ 2 ธันวาคมที่ผ่านมา ให้จัดทำมาตรการป้องกันเศษวัสดุและฝุ่นละอองให้ครบถ้วน โดยให้หยุดการดำเนินการชั่วคราว แต่ผู้ประกอบการละเมิดจนเกิดเหตุถล่ม ทำให้ถูกตั้ง 3 ข้อกล่าวหา คือกระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ความผิด พ.ร.บ.อาคาร ปี พ.ศ.2522 และขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน