กลุ่มกองเชียร์ที่จุดพลุแฟร์ดังกล่าว ใช้ชื่อว่า "อุลตร้า ไทยแลนด์" จุดพลุแฟร์สีแดง จนเกิดควันและประกายไฟ ก่อความรำคาญให้กับผู้ร่วมเชียร์ในสนามราชมังคลากีฬาสถาน ในการแข่งขันฟุตบอลรอบชิงชนะเลิศ เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ ระหว่างทีมชาติไทยกับทีมชาติอินโดนีเซียวานนี้ รวมถึงในโลกออนไลน์ยังมีโจมตีเรื่องนี้อย่างหนัก
ล่าสุด พลตำรวจโทศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ได้สั่งการให้ พันตำรวจเอกศรายุทธ จุณณวัตต์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลหัวหมาก ลงไปสืบสวนสอบสวน และรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อเอาผิดกับผู้ที่จุดพลุแฟร์ในสนามราชมังคลากีฬาสถานแล้ว
เบื้องต้นจากการสืบสวนทราบว่า กลุ่มกองเชียร์ดังกล่าวแอบนำพลุแฟร์ปะปนกับอุปกรณ์เชียร์เข้าไปในสนาม เมื่อถึงการแข่งขันก็นำขึ้นมาจุดโดยวัตถุประสงค์ของกลุ่มดังกล่าว ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าป็นการจงใจดิสเครดิตทำลายภาพลักษณ์ และชื่อเสียงของสมาคมฟุตบอลไทยหรือไม่ เนื่องจากกลุ่มดังกล่าวมีปัญหาในระหว่างการเชียร์กับทีมต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศบ่อยครั้ง ซึ่งหากระบุได้ว่าผู้ก่อเหตุเป็นใครก็จะออกหมายเรียก มาให้การกับทางเจ้าหน้าที่ต่อไป
ทั้งนี้ การจุดพลุแฟร์ ถือเป็นสิ่งต้องห้ามของเกมฟุตบอลระดับนานาชาติ ซึ่งผู้ควบคุมการแข่งขันจะต้องเขียนรายงาน และทำให้สมาคมกีฬาฟุตบอลไทยถูกลงโทษปรับอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
หลังจบการแข่งขันวานนี้โฆษกสมาคมกีฬาฟุตบอล ให้สัมภาษณ์กับ PPTV ว่าสมาคมกีฬาฟุตบอลไทยอาจถูกลงโทษปรับเกือบ 1 ล้านบาท แต่สมาคมกีฬาฟุตบอลจะทำเรื่องชี้แจงไปยังสมาพันธ์ฟุตบอลอาเซียน หรือ AFF ถึงมาตรการป้องกันที่ได้วางเอาไว้ โดยมีเจ้าหน้าที่เข้าไประงับเหตุจุดพลุแฟร์ภายใน 4 นาที เพื่อให้การถูกลงโทษผ่อนหนักเป็นเบา
รองศาสตราจารย์วีรชัย พุทธวงศ์ อาจารย์ประจำภาควิชาเคมี คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เปิดเผยข้อมูลผ่านเฟซบุ๊คว่าแสงสีแดง ของพลุแฟร์ เกิดจากธาตุสตรอนเตียมในเชื้อเพลง ซึ่งไวต่อการเกิดปฏิกริยาทางเคมี หากมีเด็กอยู่ในบริเวณใกล้เคียง อาจทำให้สำลักควันและระคายเคืองระบบทางเดินหายใจ และเสี่ยงก่อให้เกิดโรคมะเร็ง