รู้ๆ อยู่ว่าต้องเตรียมพร้อมรับมือกับเหตุความรุนแรง แต่ตำรวจเยอรมนีก็พลาดจนได้ โดยปล่อยให้คนร้ายขับรถบรรทุกเหล็กคันใหญ่ พุ่งเข้าชนผู้คน ที่กำลังเดินเล่นอย่างสบายใจในตลาดคริสต์มาสชั่วคราวกลางกรุงเบอร์ลิน ผลก็คือ ทำให้มีผู้เสียชีวิตไป 12 คน และบาดเจ็บอีก 48 คน
ที่บอกว่าพลาดก็เพราะ ก่อหน้านี้มีคำเตือนออกมาแล้วว่า เยอรมนีจะตกเป็นเป้าการก่อเหตุรุนแรง จากกลุ่มก่อการร้าย โดยเฉพาะพื้นที่เปราะบาง หรือที่เรียกว่า "soft target" แม้แต่สหรัฐเองยังบอกพลเมืองของตัวเองมาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนแล้วว่า ถ้าไม่จำเป็น อย่าไปเที่ยวเยอรมนีในช่วงนี้
หลังเกิดเหตุตำรวจจับผู้อพยพเป็นชายเชื้อสายปากีสถานได้คนหนึ่ง แต่พอนำตัวไปสอบสวนได้เพียงวันเดียวก็ต้องปล่อย เพราะไม่มีหลักฐานว่าเกี่ยวข้องกับคดี
เมื่อดูจากวิธีการที่คนร้ายใช้ คือขับรถคันใหญ่พุ่งเข้าชนผู้คนตามแหล่งชุมนุม ซึ่งถือเป็นวิธีที่คนร้ายกลุ่มไอเอสและเครือข่ายอัลกออิดะห์ นิยมใช้ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ เพราะสามารถลงมือเพียงลำพัง และไม่ต้องพกพาระเบิดให้เป็นพิรุธ และตัวอย่างก็มีมาแล้วในเหตุการณ์ที่เมืองนีซ ประเทศฝรั่งเศส เมื่อเดือนกรกฏาคมที่ผ่านมานี้เอง
แต่ที่เยอรมนีต้องระวังเป็นพิเศษคือ การตกเป็นเป้านิ่งของกลุ่มก่อการร้าย เนื่องจากในช่วงเทศกาลคริสต์มาส จะมีตลาดชั่วคราวเปิดขายของมากกว่า 2,500 แห่งทั่วประเทศ เฉพาะในกรุงเบอร์ลินที่เดียวก็มีถึง 60 แห่งเข้าไปแล้ว ซึ่งทางตำรวจยังบอกเองว่า จะเกณท์ตำรวจทหารไปเฝ้าทุกตลาด ให้เหมือนกับป้อมปรากการคงเป็นไปไม่ได้ และตลาดเหล่านี้ ที่กลุ่มก่อการร้ายลูบปาก เพราะมันคือ soft target ดีๆ นี่เอง