กันยายน 2016 เริ่มมีรายงานโทรศัพท์ซัมซุงโน้ต 7 ติดไฟและระเบิดหลายกรณี ขณะที่ประเทศไทยเองก็ใกล้วางตลาด ซัมซุงประเทศไทยจึงต้องประกาศเลื่อนส่งมอบ ต่อมาบริษัทแม่ในเกาหลีใต้ประกาศเรียกคืนโน้ต 7 กว่า 2.5 ล้านเครื่อง พร้อมให้ความเชื่อมั่นว่าหลังการปรับปรุงจะใช้งานได้ตามปกติ
แต่แล้วก็เกิดเหตุการณ์เดียวกันกับโทรศัพท์ที่ผ่านการปรับปรุง แม้ว่าเครื่องจะถูกปิดใช้งานก็ตาม คราวนี้เกิดขึ้นบนเครื่องบิน ทำให้บรรดาสายการบินนานาชาติทยอยประกาศห้ามไม่ให้ผู้โดยสารนำโน้ต 7 ขึ้นเครื่อง ซัมซุงเริ่มถูกผู้เสียหายร้องเรียน ฟ้องร้องตามกระบวนการศาล และไต่สวนโดยองค์กรผู้บริโภคจากหลายประเทศ
สุดท้ายซัมซุงออกแถลงการณ์ขอโทษและยอมเรียกคืนโน้ต 7 ทั้งหมด โดยออกคำแนะนำให้ผู้บริโภคปิดเครื่อง และใช้อุปกรณ์ป้องกันไฟที่ซัมซุงส่งไปให้ในการจัดการกับโทรศัพท์เพื่อส่งคืนบริษัท เรื่องนี้กลายเป็นมุขขำขันที่ชาวเน็ตทั่วโลกเอามาล้อเลียนกันอย่างสนุกสนาน บ้างก็ว่าซัมซุงกำลังซุ่มทดลองอุปกรณ์ระเบิดเพื่อต่อกรกับ คิมจองอึน ของเกาหลีเหนือ
แต่คนที่ขำไม่ออกคือผู้บริโภคตัวจริง งานนี้หากไม่โดนไฟไหม้หรือระเบิดซะก่อน ก็มีสิทธิเลือกการชดเชยได้หลายรูปแบบ หากยังเชื่อมั่นในแบรนด์อยู่ก็สามารถเลือกโทรศัพท์รุ่นอื่นของซัมซุงไปแทน หรือเลือกเป็นวงเงินเครดิตและบัตรของขวัญ แต่ถ้าไม่ต้องการก็สามารถขอเงินคืนเต็มจำนวนได้ ที่น่าแปลกคือจนถึงขณะนี้ยังมีผู้บริโภคหลายรายไม่ยอมส่งคืนเครื่อง แม้ว่าซัมซุงใช้วิธีตัดสัญญาณโทรศัพท์ ทำให้โทรเข้าโทรออกไม่ได้ก็ตาม
ผ่านมานานหลายเดือน ซัมซุงก็ยังไม่ชี้แจงถึงรายละเอียดที่ชัดเจนว่าเกิดอะไรขึ้นกับโทรศัพท์สมาร์ทโฟนรุ่นเรือธงของตัวเอง แต่บรรดากูรูในแวดวงไอทีและวิศวกรการผลิตให้น้ำหนักไปในทิศทางเดียวกันว่า สาเหตุที่แบตเตอรี่ของซัมซุงโน้ต 7 กลายเป็นวัตถุระเบิดลูกย่อมๆ เกิดขึ้นจากความพยายามสร้างจุดขายด้วยการลดขนาดแบตเตอรี่ให้บางลงแต่ใช้ได้นานขึ้น
ไม่ว่าจะยอมรับหรือไม่ ความล้มเหลวจาก โน้ต 7 คงจะเป็นฝันร้ายของบริษัทไอทียักษ์ใหญ่แห่งเกาหลีใต้ไปอีกนาน เพราะคิดเป็นมูลค่าความเสียหายไม่น้อยกว่า 1 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือราว 3.5 หมื่นล้านบาท จากการชดเชยเป็นตัวเงินให้กับผู้บริโภคและหุ้นของบริษัทที่ร่วงลงต่อเนื่องหลังเกิดเหตุการณ์
โดยเฉพาะเมื่อเหตุการณ์นี้มาเกิดขึ้นในห้วงเวลาที่คู่แข่งสำคัญอย่างแอปเปิ้ล คลอดโทรศัพท์ไอโฟน 7 รุ่นใหม่พอดิบพอดี ซัมซุงจึงแพ้ภัยตัวเองในสงครามหมายเลข 7 ทำให้ แอปเปิ้ลกวาดรายได้เข้ากระเป๋าไปสบายๆ
แต่ล่าสุด ไอโฟน 7 ก็ไม่ยอมตกเทรนด์นี้ มีข่าวระเบิดให้ได้ยินเช่นกัน แม้แอปเปิ้ลจะยืนยันว่าสาเหตุมาจากภายนอกและตัวเครื่องมีความปลอดภัย แต่ก็ทำให้ผู้บริโภคหวั่นใจว่า โทรศัพท์สมาร์ทโฟนที่หลายคนให้ความสำคัญเหมือนกับเป็นอวัยวะที่ 33 จริงๆ แล้วอาจเป็นภัยใกล้ตัวอย่างคาดไม่ถึงก็ได้