นพ.อนุชา เศรษฐเสถียร เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) บอกว่า หลังจากเกิดเรื่องดังกล่าวขึ้น สพฉ.อยากรณรงค์ให้คนไทยเห็นความสำคัญของการใช้สายด่วนฉุกเฉินอยากขอร้องไม่ให้โทรป่วนสายด่วน อย่าเห็นเป็นเพียงเรื่องสนุก เพราะหลายๆ ครั้งทำให้เรา ต้องสูญเสียผู้ป่วยฉุกเฉิน นอกจากเป็นห่วงเรื่องการโทรป่วนแล้ว ยังเป็นห่วงเรื่องโทรผิดหมายเลข เพราะจะทำให้การช่วยเหลือล่าช้าลงไปอีก ซึ่งจากสถิติพบว่า ตลอดปีที่ผ่านมา ประชาชนโทรไปที่เบอร์อื่นก่อน หรือแจ้งผ่านวิทยุสื่อสาร ถึงร้อยละ 26
“อยากเตือนผู้ที่โทรป่วนว่ามีความผิดตามกฎหมาย คือ ตามมาตรา 38 พระราชบัญญัติการแพทย์ฉุกเฉิน 2551 ผู้ใดใช้ระบบสื่อสารและเทคโนโลยีที่จัดไว้สำหรับการปฏิบัติการฉุกเฉินโดยประการที่จะก่อให้เกิดความเสียหายแก่การปฏิบัติการฉุกเฉิน ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท รวมทั้ง มาตรา 397 ตามประมวลกฎหมายอาญา ผู้ใดกระทำด้วยประการใด ๆ ต่อผู้อื่น อันเป็นการรังแก ข่มเหง คุกคาม หรือกระทำให้ได้รับความอับอายหรือเดือดร้อนรำคาญ ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท”
โดยข้อควรรู้ สำหรับประชาชนที่จะโทรแจ้งสายด่วน 1669
1.เมื่อพบเหตุเจ็บป่วยฉุกเฉินให้ตั้งสติและโทรแจ้ง
2.ให้ข้อมูลว่าเกิดเหตุอะไรมีผู้ป่วยและผู้บาดเจ็บในลักษณะใด
3.บอกสถานที่เกิดเหตุเส้นทางจุดเกิดเหตุให้ชัดเจน
4.บอกเพศ ช่วงอายุ อาการ จำนวน ผู้ป่วยหรือผู้บาดเจ็บ
5.บอกระดับความรู้สึกตัวของ ผู้ป่วย
6.บอกความเสี่ยงที่อาจเกิดซ้ำ เช่น อยู่กลางถนนหรือรถติดแก๊ส 7.บอกชื่อผู้แจ้งเบอร์โทรศัพท์ที่สามารถติดต่อได้
8.ช่วยเหลือเบื้องต้นตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่
9.รอทีมกู้ชีพไปรับผู้ป่วยเพื่อนำส่งโรงพยาบาล
ส่วนเรื่องเตรียมพร้อมรับประชาชนเดินทางกลับมาทำงาน ในช่วงวันที่ 3 มกราคม ซึ่งเป็นวันหยุดสุดท้าย นั้น นพ.อนุชา บอกว่า ได้เตรียมพร้อมทางด้านการแพทย์ฉุกเฉินไว้แล้ว เพราะทราบดีว่าปริมาณใช้รถใช้ถนนเพิ่มขึ้น จนทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงกว่าช่วงปกติถึง 2 เท่าตัว โดยได้ประสานทีมกู้ชีพให้ เตรียมรับมือ พร้อมตรวจเช็คความพร้อมของสายด่วนให้พร้อมใช้งานตลอด 24 ชั่วโมง