วันนี้ (9 ม.ค. 60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้ตั้งศูนย์ปฏิบัติการส่วนหน้าเพื่อรายงานสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ พร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือนร้อนตลอดจนถึงกลุ่มนักท่องเที่ยวอย่างเต็มที่ นอกจากนี้ทางตำรวจยังได้เฝ้าระวังกลุ่มมิจฉาชีพ ที่อาจแฝงตัวเป็นเหล่าจิตอาสาก่อเหตุอาชญากรรมต่างๆในจุดที่ได้รับผลกระทบจากเหตุน้ำท่วมภาคใต้ โดยมีสถานีตำรวจในหลายจังหวัดของภาคใต้ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมรวม 37 สถานี ซึ่งต้องใช้เจ้าหน้าที่จากส่วนกลางลงพื้นที่เพื่อช่วยเหลือประชาชนเพิ่มเติมอย่างเร่งด่วน
ด้านสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ได้ขอความร่วมมือสมาชิก สปท. โดยมีการหักเงินเดือน 5,000 บาท เพื่อบริจาคช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ โดยใช้งบประมาณกลางของ สปท. สำรองจ่าย เพื่อความรวดเร็วในการช่วยเหลือ ขณะที่ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. ได้ร่วมกับสถาบันพระปกเกล้า จัดตั้งจุดช่วยเหลือ รับบริจาค อาหารและข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็น ที่บริเวณกลางห้องโถงของอาคารรัฐสภา เพื่อรวบรวมนำไปช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนในพื้นที่ภาคใต้
ส่วนชาวจังหวัดปทุมธานี รวมน้ำใจช่วยเหลือพี่น้องชาวใต้ ที่ประสบภัยน้ำท่วม โดยนำน้ำดื่ม อาหารแห้ง สิ่งของอุปโภคและบริโภค รวมถึงสิ่งของที่จำเป็น ไปช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน โดยมีนายสุรชัย ขันอาสา ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี รับมอบสิ่งของบริจาค โดยประชาชนสามารถบริจาคที่บริเวณหน้าศาลากลางทุกวัน จากนั้นจะดำเนินการขนส่งไปยังแต่ละจังหวัดทางภาคใต้ที่ได้รับความเดือดร้อน
ส่วนที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี นายเอกชัย สุนทร นายอำเภอวิภาวดี ได้ลงพื้นที่เยี่ยมประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วมอย่างต่อเนื่อง พร้อมเปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง ทั้งในด้านการสัญจรบนท้องถนนและตามถนนสายหลักของอำเภอต่างๆ โดยเฉพาะจุดที่เชื่อมต่อกับ อำเภอคีรีรัฐนิคม ถูกตัดขาดไม่สามารถสัญจรได้ ขณะที่บ้านเรือนราษฎรได้รับผลกระทบรวมประมาณ 200 หลังคาเรือน ในพื้นที่ 2 ตำบล ซึ่งต้องอพยพคนและทรัพย์สินมาอยู่ในที่ปลอดภัย โดยชาวบ้านส่วนใหญ่ต่างพักอาศัยบ้านญาติในพื้นที่สูงและปลอดภัยจากเหตุน้ำท่วม
ด้านพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ อย่างที่จังหวัดยะลา เจ้าหน้าที่ทหารพราน จากกรมทหารพรานที่ 41 ร่วมกับคณะครูและนักเรียน ช่วยทำความสะอาดโรงเรียน บ้านพรุ หลังจากประสบภัยน้ำท่วม โดยนางสุดาทิพย์ แก้วงาม ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านพรุ ระบุว่า หลังจากประสบภัยน้ำท่วมทำให้อุปกรณ์การเรียนการสอนบางส่วนได้รับความเสียหายเนื่องจากขนของย้ายหนีน้ำไม่ทัน โดยเฉพาะโต๊ะ เก้าอี้ หนังสือตำราเรียน ต่างได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก เบื้องต้นคาดว่ามูลค่าความเสียหายคงไม่ต่ำกว่า 1 แสนบาท ส่วนการเรียนการสอนที่หยุดไปในช่วงของน้ำท่วมทางโรงเรียนจะต้องสอนชดเชยไปให้ครบตามกำหนดต่อไป เพื่อไม่เกิดผลกระทบกับนักเรียน
ขณะที่สมาคมชาวใต้จังหวัดสมุทรปราการ ร่วมกับประชาชนชาวสมุทรปราการ ได้ร่วมบริจาค สิ่งของ น้ำดื่ม บะหมี่กึ่งสำเสร็จรูป เสื้อผ้า เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในภาคใต้ ขณะที่หน่วยงานราชการในจังหวัดสมุทรปราการ มีการเปิดจุดรับบริจาค ณ ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดฯ รวมทั้ง ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอ ทั้ง 6 อำเภอ ก่อนรวบรวม เพื่อเร่งนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยโดยด่วน
ด้านจังหวัดตรัง ได้ระดมเครื่องสูบน้ำประสิทธิภาพสูงเพื่อช่วยเหลือชาวบ้าน หลังสถานการณ์น้ำท่วมทั้ง 7 อำเภอ โดยเฉพาะที่วัดประสิทธิชัย หรือ ท่าจีน ระดับน้ำท่วมสูง 1-3 เมตร พระสงฆ์สามเณรบางรูปต้องไปจำวัดอื่นเพื่อความปลอดภัย และญาติโยมต้องนำอาหารถวายถึงวัด เนื่องจากไม่สามารถออกไปบิณฑบาตรได้
ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่จากศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 18 ภูเก็ต ได้ระดมเครื่องสูบน้ำประสิทธิภาพสูงจำนวนหลายหัวสูบ ทำการสูบน้ำออกเพื่อไหลออกสู่ทะเลที่ปากน้ำกันตังต่อไป
ด้านนายเอกรัฐ หลีเส็น รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา พร้อมเจ้าหน้าที่ป้องกันบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพังงา รับมอบสิ่งของบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม เพื่อเตรียมนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมหลายจังหวัดในภาคใต้ บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดพังงา สำหรับการรับบริจาคในพื้นที่จังหวัดพังงา โดยสำนักงานป้องกันบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพังงาได้ประสานรถยนต์มาบรรทุกสิ่งของบริจาคให้แก่ผู้ประสบภัย พร้อมเร่งดำเนินการคัดแยกสิ่งของความจำเป็นโดยเฉพาะเครื่องดื่ม ยารักษาโรค และข้าวสารอาหารแห้ง เพื่อนำไปส่งให้ผู้ประสบภัยตรงตามเป้าหมายอย่างเหมาะสมกับสภาพพื้นที่