ชาวบ้านในเขตเทศบาลเมืองชุมพร ต่างเดินทางมาตรวจระดับน้ำในแม่น้ำท่าตะเภา หลังจากทางเทศบาลเมืองชุมพร ได้ออกประกาศว่าได้รับรายงานจากทางชลประทานชุมพรว่าจะมีมวลน้ำจากคลองท่าแซะ คลองรับร่อ อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร และมวลน้ำ จาก อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ไหลลงมาในพื้นที่
ในขณะเดียวกันระดับน้ำที่ท่วมถนนสายเอเชีย 41 ช่วงสี่แยกปฐมพร ไปถึง ทางเข้าขุนกระทิง ระยะทางกว่า 2 กม. โดยระดับน้ำในขณะนั้น มีความลึกกว่า 80 ซม. ทำให้รถทุกชนิดไม่สามารถผ่านไปมาได้ทั้งขาขึ้นและขาล่อง โดยล่าสุดเมื่อประมาณ 21.00 น. เมื่อคืนนี้ (9 ม.ค. 60) ผู้สื่อข่าวได้ลงไปตรวจสอบอีกครั้ง เนื่องจากฝนได้หยุดตกแล้วหลายชั่วโมง พบว่าระดับน้ำได้ลดลงมาก รถทุกชนิดสามารถแล่นผ่านไปมาได้ทั้งขาขึ้นและขาล่อง
น้ำท่วม อ.บางสะพาน ประชาชนเดือดร้อนหนัก
ส่วนที่ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ฝนตกหนักติดต่อกัน 5 วัน ทำให้น้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมหลายพื้นที่ เจ้าหน้าที่เร่งนำกระสอบทรายกั้นน้ำ โดยเฉพาะในโรงพยาบาลบางสะพาน นพ.เชิดชาย ชยวัฑโฒ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบางสะพาน กล่าวว่าเจ้าหน้าที่ได้ช่วยกันวางกระสอบทราย บริเวณด้านหน้าโรงพยาบาลตลอดแนว พร้อมเจ้าหน้าที่ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 4 ประจวบคีรีขันธ์ นำรถสูบน้ำระยะไกล สูบน้ำออกจากบริเวณร่องน้ำด้านข้างโรงพยาบาลต่อเนื่อง สำหรับผู้ป่วยอาการหนัก 30 ราย ได้เคลื่อนย้ายไปอยู่บนอาคารตึก 6 ชั้นของโรงพยาบาล แล้วเพื่อความปลอดภัย ทั้งนี้มีผู้ป่วยทั้งหมดในโรงพยาบาล รวม 100 ราย
ถ.เพชรเกษมวิกฤต น้ำท่วมผิวการจราจร จ.ประจวบคีรีขันธ์
ด้านนายอภิชาต ชาญธัญกร ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงประจวบคีรีขันธ์ (หัวหิน) เปิดเผยว่า ถนนเพชรเกษมเส้นทางขึ้นล่องไป 14 จังหวัดภาคใต้เข้าสู่สภาวะวิกฤตหลังจากน้ำป่าไหลบ่าท่วมบนผิวการจราจรระหว่างหลักกิโลเมตรที่ 385–386 บริเวณสามแยกทางเข้า อ.บางสะพาน ในเขตเทศบาลตำบลร่อนทอง ทำให้รถทุกชนิดไม่สามารถผ่านเส้นทางช่วงดังกล่าวได้ และมีรถขนาดเล็กได้รับความเสียหายกว่า 30 คัน สำหรับเส้นทางเบี่ยงเลียบชายทะเลตั้งแต่ อ.ทับสะแก ถึง อ.บางสะพาน และ อ.บางสะพานน้อย มีน้ำท่วมบนผิวการจรจรหลายจุด รถเล็กไม่สามรถใช้การได้ ทำให้มีปริมาณรถจำนวนมากติดอยู่บนถนนเพชรเกษมยาวหลายกิโลเมตร
อ่างเก็บน้ำ อ.บางสะพาน ไม่ได้รับความเสียหายตามข่าวลือ
ขณะที่นายสมพร ปัจฉิมเพชร ปลัดจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินได้สั่งการให้กำนันผู้ใหญ่บ้านแจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณท้ายอ่างเก็บน้ำทั้ง 2 อำเภอ ประกอบด้วย อ่างเก็บน้ำโป่งสามสิบ อ่างน้ำวังน้ำเขียว และอ่างน้ำบ้านคลองลอย อพยพออกจากพื้นที่ทั้งหมด ซึ่งขณะนี้มีชาวบ้านอพยพออกไปบางส่วนแล้ว โดยขอยืนยันว่าในพื้นที่ทั้ง 2 อำเภอยังไม่มีอ่างเก็บน้ำแห่งใด ได้รับความเสียหายตามที่มีกระแสข่าวลือ ส่วนเรื่องการระบายน้ำ อาจเป็นไปด้วยความล่าช้า เนื่องจากมีน้ำทะเลหนุนสูง