ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส. ได้ออกมาตรการเพื่อเยียวยาเกษตรกรลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยที่เกิดขึ้นในพื้นที่ภาคใต้ โดยการพักชำระหนี้เงินต้นเกษตรกรที่เป็นลูกค้า ธ.ก.ส. เป็นระยะเวลา 1 ปี และงดคิดดอกเบี้ยปรับ ทั้งนี้ภายหลังสถานการณ์น้ำท่วมคลี่คลายแล้ว ธนาคารจะเข้าไปสำรวจความเสียหาย เพื่อให้ได้ข้อมูลสำหรับพิจารณามาตรการฟื้นฟูการประกอบอาชีพและมาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติมต่อไป
ธนาคารออมสิน ได้ออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยน้ำท่วม 10 จังหวัดภาคใต้ โดยจะให้กู้ฉุกเฉิน ตามความจำเป็นในวงเงิน 50,000 บาท เพื่อนำไปบรรเทาปัญหาจากเหตุน้ำท่วม หมุนเวียนในอาชีพหรือเป็นเงินทุนค้าขาย ผ่อนชำระ 5 ปี ปีแรกไม่คิดดอกเบี้ย ปีที่ 2-5 ดอกเบี้ย 1% ต่อเดือน เลือกใช้บุคคล, หลักทรัพย์ หรือ บสย.ค้ำประกัน พร้อมให้พักชำระหนี้เงินต้นไม่เกิน 2 – 3 ปี ยื่นได้ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2560
ธนาคารอาคารสงเคราะห์ หรือ ธอส. ออกมาตรการช่วยเหลือลูกค้าเก่าและใหม่ ที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วมภาคใต้ 2 มาตรการ คือ หากเป็นลูกค้าเดิมจะงดคิดดอกเบี้ย 3 เดือนแรก ส่วนเดือนที่ 4 – 12 คิดอัตราดอกเบี้ย MRR ลบ 2.50% ต่อปี จากปัจจุบัน MRR อยู่ที่ 6.75 %
นอกจากนี้ ยังออกสินเชื่อดอกเบี้ยพิเศษอัตราดอกเบี้ย 3 % ต่อปี นาน 3 ปี ให้กับลูกค้าเดิมและลูกค้าใหม่ที่ บ้านเสียหายจากน้ำท่วม เพื่อกู้ไปปลูกหรือซ่อมแซม วงเงินต่อรายไม่เกิน 1 ล้านบาท ต่อ 1 หลักประกัน
ธนาคารกรุงไทย ได้ออกมาตรการยกเว้นการชำระดอกเบี้ยเป็นเวลา 3 เดือน และในเดือนที่ 4-12 ลดดอกเบี้ยให้ 0.25 %
ธนาคารกสิกรไทย และธนาคารกรุงเทพ อยู่ระหว่างประเมินความเสียหายของลูกค้า และกำลังพิจารณามาตรการให้ความช่วยเหลือต่อไป
ธนาคารธนชาต ออกมาตรการช่วยเหลือคล้ายรูปแบบเดิม คือ ขยายเวลาการชำระหนี้เป็นหลัก เนื่องจากลูกค้าส่วนใหญ่เป็นสินเชื่อเช่าซื้อรถ ที่ให้ต้องการขยายค่างวดมากกว่าลดดอกเบี้ย
ขณะที่สมาคมธนาคารไทย เตรียมหารือร่วมกับสมาชิกธนาคารต่างๆในสัปดาห์นี้ เพื่อออกมาตรการช่วยเหลือต่างๆ ให้กับลูกค้าที่ได้รับความเดือดร้อน