วันนี้ (12 ม.ค. 60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวประมงในพื้นที่ตำบลเขื่องคำ อำเภอเมือง จังหวัดยโสธร เริ่มได้รับผลกระทบ หลังเขื่อนยโสธรปิดประตูเขื่อนทั้ง 8 บาน เพื่อกักเก็บน้ำเอาไว้ทำการเกษตรและผลิตน้ำประปาในช่วงหน้าแล้ง ทำให้ระดับน้ำลดลงอย่างรวดเร็ว จนมองเห็นพื้นทรายโผล่กลางลำน้ำเป็นระยะทางยาวกว่า 1 กิโลเมตร
ชาวประมง เปิดเผยว่า ปกติจะออกเรือหาปลาในแม่น้ำชี เพื่อนำไปขายเป็นรายได้หลักของครอบครัว วันหนึ่งมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 5,000 บาท แต่ตอนนี้ทุกคนต้องหยุดหาปลา และพากันไปประกอบอาชีพรับจ้างแทนเป็นการชั่วคราว
ส่วนที่จังหวัดพิจิตร ชาวบ้านกว่า 100 คน รวมตัวร้องทุกข์หลังข้าวในนานับหมื่นไร่กำลังจะแห้งตาย ซึ่งก่อนหน้านี้ชาวนาทุกคน ต่างก็รู้ดีว่าจะต้องเกิดภัยแล้งเช่นนี้ทุกปี แต่ก็ไม่มีส่วนราชการใด รวมถึงผู้ปกครองท้องถิ่นคนใดให้ความสำคัญที่จะสร้างฝายชะลอน้ำในแม่น้ำยม ซึ่งเป็นแม่น้ำสายเดียวที่ไม่มีเขื่อนกักเก็บน้ำ และในจังหวัดพิจิตรแม่น้ำยมก็มีฝายยางเพียงแค่ 3 แห่งเท่านั้น กักเก็บน้ำได้เพียง 10-12 ลูกบาศก์เมตร เมื่อถึงช่วงฤดูทำนาปรังสถานีสูบน้ำต่างๆ ในแม่น้ำยมก็เปิดศึกแย่งชิงน้ำไปกักตุนไว้ในนาข้าว จึงเป็นเหตุที่มาของแม่น้ำยมแห้งอย่างรวดเร็วและเข้าสู่ภาวะวิกฤติตั้งแต่ต้นปี ขณะนี้นาข้าวนับหมื่นไร่ ต้นข้าวอายุประมาณ 1 เดือน เริ่มขาดน้ำและส่อแววแห้งตาย จึงอยากให้ชลประทานจังหวัดพิจิตร ขอน้ำจากแหล่งใดก็ตามเพื่อระบายเข้าสู่แม่น้ำยม ทั้งนี้เพื่อช่วยชีวิตชาวนาพิจิตรในลุ่มน้ำยม