นพ.อนุชา เศรษฐเสถียร เลขาธิการ สพฉ. กล่าวว่า เรื่องที่น่าเป็นห่วงที่สุดเกี่ยวกับอาการเจ็บป่วยฉุกเฉินในเด็ก คือ อุบัติเหตุเกี่ยวกับยานยนต์ และการพลัดตกหกล้ม เพราะเมื่อประสบเหตุแนวโน้มเสียชีวิตจะมีมากกว่าผู้ใหญ่ เนื่องจากร่างกายของเด็กยังอ่อนแอและบอบบางผู้ปกครองควรระมัดระวังให้ดี หากพาบุตรหลานออกนอกบ้านควรดูแลเรื่องความปลอดภัย กรณีนั่งรถยนต์ควรให้เด็กนั่งที่เบาะหลังและคาดเข็มขัดนิรภัยหรือนั่งคาร์ซีท ส่วนเด็กที่นั่งรถจักรยานยนต์ให้สวมหมวกนิรภัยขนาดที่เหมาะสม เพราะสิ่งที่น่ากังวลสำหรับเด็กที่ได้รับอุบัติเหตุคือ การกระทบกระเทือนทางศีรษะ ซึ่งทำให้เด็กเสียชีวิตได้โดยง่าย
ส่วนการพาบุตรหลานไปเล่นตามเครื่องเล่นหรือตามสนามเด็กเล่น ควรดูแลการพลัดตกหกล้มให้ดี พร้อมกับตรวจดูที่ความแข็งแรงของเครื่องเล่น หากเครื่องเล่นที่มีความสูงต้องมีราวกันตกหรือผนังกันตก ป้องกันการบาดเจ็บจากการตกและก่อให้เกิดการบาดเจ็บที่รุนแรง
ทั้งนี้ เมื่อเกิดอาการบาดเจ็บ เช่น หัวกระแทกโดยตกจากที่สูง มากกว่าความสูงของเด็ก หรือกระแทกกับพื้นที่มีความแข็ง ผู้ปกครองควรสังเกตอาการของลูกอย่างใกล้ชิด หากมีอาการสลบไม่รู้สึกตัว ชัก ปวดศีรษะหรืออาเจียนมาก ควรรีบไปพบแพทย์หรือโทรแจ้งขอความช่วยเหลือ 1669 โดยหากประสบอุบัติเหตุรุนแรงไม่ควรเคลื่อนย้ายอาจทำให้อาการรุนแรงขึ้น ควรรอทีมผู้ปฏิบัติการการแพทย์ฉุกเฉินที่เชี่ยวชาญมาช่วยเหลือ
สำหรับ 10 อันดับแรก ของอาการเจ็บป่วยฉุกเฉินในเด็ก อายุระหว่าง 1 - 15 ปี ตลอดปี 2559 คือ
1. เจ็บป่วยฉุกเฉินเกี่ยวกับกุมารเวชกรรม 56,101 คน
2. อุบัติเหตุยานยนต์ 36,203 คน
3. พลัดตกหกล้ม 15,245 คน
4. ปวดท้อง ปวดหลัง เชิงกราน ขาหนีบ 14,113 คน
5. ป่วย อ่อนเพลีย อัมพาตเรื้อรัง 12,659
6. หัวใจหยุดเต้น 5,642คน
7. สัตว์กัด 3,141คน
8. ชัก 2,617 คน
9. ปวดศีรษะ ภาวะผิดปกติทางตา หู คอ จมูก 1,599 คน
10. แพ้ยา แพ้อาหาร 1,579 คน