เปิดคำสารภาพ “สับ วาปี” บันทึกไว้ ณ สภ.นาโดน เมื่อ 19 พ.ค. 57   (คลิป)

โดย PPTV Online

เผยแพร่

หลักฐานที่ตำรวจพยายามรวบรวมจากขบวนการที่อ้างว่ารับสารภาพแทนครูจอมทรัพย์จะมีน้ำหนักมากขึ้น ก็ต่อเมื่อข้อเท็จจริงทุกประการบ่งชี้ว่า ครูจอมทรัพย์ไม่ใช่แพะ นั่นก็หมายถึง ผลการพิจารณารื้อฟื้นคดีของศาลที่กำลังดำเนินอยู่ ต้องออกมาในทิศทางนี้ด้วย แต่นั่นก็อาจจะไม่ใช่ข้อเท็จจริงแง่มุมเดียวที่ปรากฎในเรื่องนี้ เมื่อมีบันทึกประจำวันฉบับหนึ่ง ที่อาจกลายเป็นหลักฐานสำคัญของฝ่ายครูจอมทรัพย์  

บันทึกประจำวันฉบับนี้เป็นของสถานีตำรวจภูธรนาโดน จังหวัดนครพนม สาระสำคัญ คือ การบันทึกเหตุการณ์เมื่อวันที่ 19 พ.ค. 2557 ระหว่างที่นายสับ วาปี เดินทางไปรับสารภาพว่า เป็นผู้ขับขี่รถกระบะยี่ห้ออีซูซุ สีเขียวอ่อน ทะเบียน 56 จังหวัดมุกดาหาร เพื่อเดินทางไปทำธุระส่วนตัวที่อำเภอเรณูนคร จังหวัดนครพนม เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2548 และในวันนั้นเวลา 20.30น. ได้พยายามขับแซงรถจักรยานยนต์ประมาณ 2 ถึง 3 คัน จึงทำให้ไปเฉี่ยวชนกับรถจักรยาน และที่สำคัญหลังเกิดเหตุนายสับได้หยุดรถลงไปตรวจสอบ พบ คนขับรถจักรยานเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ จึงหลบหนี ก่อนจะนำรถของตัวเองไปซุกซ่อน และขายต่อไปในราคา 2 หมื่นบาทภายหลัง

 

ส่วนแรงจูงใจที่รับสารภาพ เพราะต่อมาทราบว่านางจอมทรัพย์ แสนเมืองโครตต้องรับผิดแทน ทั้งที่ก่อนหน้านั้นเข้าใจมาโดยตลอดว่า ตำรวจไม่สามาถหาตัวผู้ก่อเหตุได้ จึงเกิดความสงสารและรู้สึกเห็นใจนางจอมทรัพย์   และข้อความย่อหน้าสุดท้าย นายสับ วาปี ยังยืนยันว่า การเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อให้ลงบันทึกประจำวันในวันนั้น เป็นไปด้วยความเต็มใจ ไม่มีผู้ใดบังคับ ขู่เข็ญ หรือ ใช้กลอุบายหลอกหลวงให้หลงเชื่อ

นี่เป็นเอกสารทีมข่าว PPTV ได้รับจากแหล่งข่าวคนหนึ่ง  แหล่งข่าวคนนี้ ยืนยันว่า เอกสารฉบับนี้ได้เป็นหลักฐานชิ้นหนึ่งที่ศาลได้รับไปประกอบการพิจารณาแล้ว ในขั้นตอนรื้อฟื้นคดี  หากเป็นไปตามนี้ นั่นหมายความ รถคันที่ชนจักรยาน ไม่ใช่รถครูจอมทรัพย์ ที่มีหมายเลขทะเบียนเดียวกับรถของนายสับแต่เป็นของจังหวัดสกลนคร  วันนี้ผู้สื่อข่าวจึงย้อนกลับไปถามประจักษ์คนสำคัญในคดีนี้ คือ นางทัศนีย์ หาญพยัคฆ์ โดยนางทัศนีย์ ให้ข้อมูลว่า ทั้งในชั้นพนักงานสอบสวนและศาล เธอไม่เคยให้การระบุจังหวัดว่าเป็นสกลนคร เพราะจำได้เฉพาะหมายเลขทะเบียน  คือ 56 แต่ไม่แน่ใจว่า อักษรนำหน้า คือ บค. หรือ บต.

ส่วนคนที่นางทัศนีย์เห็นว่าลงจากรถหลังเกิดเหตุ คือ นายสับ หรือไม่  นางทัศนีย์ บอกว่า จำไม่ได้ เพราะเรื่องผ่านมาเป็น  10 ปีแล้ว แต่ยืนยันว่าเป็นผู้ชาย

ขณะที่นายปรเมษฐ์ แดนดงยิ่ง หนึ่งในทีมทนายความที่มีส่วนช่วยเหลือทางคดีให้กับครูจอมทรัพย์ในชั้นศาลอุทธรณ์ เปิดเผยว่า เสียดายที่ไม่ปรากฏตัวนายสับและคำสารภาพระหว่างที่คดียังอยู่ในการพิจารณาของศาล เพราะหลักฐานสำคัญที่ทำให้ครูจอมทรัพย์ชนะคดีในศาลอุทธรณ์ก่อนจะมาแพ้คดีในศาลฎีกา คือ ตำแหน่งรอยขูดของรถครูจอมทรัพย์ที่ไม่สอดคล้องกับทิศทางการชนและร่องรอยที่ปรากฎบนจักรยาน ซึ่งหากได้พยานหลักฐานที่ปรากฎในเวลานี้ มาประกอบการต่อสู่คดีก็จะทำให้มีน้ำหนักขึ้น ที่จะยืนยันได้ว่า รถคันที่ชนจักรยาน ไม่ใช่รถครูจอมทรัพย์

 

 

 

อ่านต่อ..สภ.เรณูนคร เปิดข้อมูลใหม่ นายสับขายรถต่อตั้งแต่ปี 2546

 

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ