วันนี้ (25 ม.ค. 60) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ยังคงติดตามกันอย่างต่อเนื่องสำหรับท่าทีและนโยบายของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ล่าสุดมีรายงานว่า เขาเตรียมจะใช้อำนาจพิเศษ ในฐานะประธานาธิบดีสหรัฐฯ ลงนามคำสั่งที่เกี่ยวข้องกับอพยพเข้าเมืองและผู้ลี้ภัย โดยคาดการณ์ว่าทรัมป์จะลงนามคำสั่งแบนผู้อพยพจากซีเรีย และอีก 6 ประเทศในตะวันออกกลาง รวมถึงแอฟริกา ซึ่งเชื่อว่ามีส่วนสำคัญในการก่อการร้าย นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าทรัมป์เตรียมจะเสนอของบประมาณสร้างกำแพงกั้นพรมแดนสหรัฐฯ-เม็กซิโก ซึ่งสอดคล้องกับที่เขาโพสต์ในทวิตเตอร์ส่วนตัวว่า ได้วางแผนสำหรับนโยบายความมั่นคงไว้เรียบร้อยแล้ว และหนึ่งในนโยบายที่ว่านี้ก็คือการสร้างกำแพงนั่นเอง
ท่ามกลางความกังวลเรื่องนโยบายควบคุมการเข้าประเทศของทรัมป์ มีรายงานว่า บานา อลาเบด หนูน้อยชาวซีเรียวัย 7 ขวบ ที่โด่งดังจากการโพสต์เล่าเรื่องราวชีวิตในสมรภูมิอเลปโปลงในทวิตเตอร์ ได้เขียนจดหมายเปิดผนึกถึงประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยบอกให้ทรัมป์ช่วยเด็กๆ ในซีเรีย เสมือนว่าเป็นลูกของเขาเอง เพราะเด็กๆ ทุกคนสมควรได้รับสันติภาพแบบที่เขาได้รับ
ประธานรัฐสภาสหรัฐฯ โต้ "ทรัมป์" คะแนนผีไม่มีอยู่จริง
ส่วนประเด็นการโกงการเลือกตั้งประธานาธิบดี เมื่อเดือน พ.ย. 59 ทรัมป์ยังคงแสดงความมั่นใจว่าสาเหตุที่ทำให้เขามีคะแนนป็อบปูลาร์โหวตหรือคะแนนจากผู้มาลงคะแนนน้อยกว่านางฮิลลารี คลินตัน คู่แข่งจากพรรคเดโมแครต เป็นเพราะมีแรงงานผิดกฎหมาย 3,000,000-5,000,000 คน ออกมาลงคะแนนเสียงด้วย
ด้านนายพอล ไรอัน ประธานสภาผู้แทนราษฎร จากพรรคริพับลิกัน ออกมาตอบโต้ว่า จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่พบหลักฐานที่ยืนยันคำกล่าวอ้างของทรัมป์ และหวังว่าเขาจะหยุดพูดเรื่องนี้ได้แล้ว
จีนเปรย อยากหารือเคลียร์ปมขัดแย้งกับสหรัฐฯ
ส่วนความเคลื่อนไหวของรัฐบาลจีน ล่าสุดนายหวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศของจีน กล่าวในงานเลี้ยงรับเทศกาลปีใหม่จีนที่กำลังจะมาถึงว่า สิ่งที่รัฐบาลจีนให้ความสนใจมากที่สุดในตอนนี้ คือ ทิศทางความสัมพันธ์ระหว่างจีนและสหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะมีการหารือร่วมกันระหว่าง 2 รัฐบาล เพื่อเคลียร์ปมขัดแย้ง และสานสัมพันธ์ระดับทวิภาคีบนพื้นฐานของการเคารพซึ่งผลประโยชน์ของกันและกัน
ทั้งนี้คาดว่าประเด็นที่จีนเป็นกังวลมากที่สุด คงเป็นเรื่องนโยบายจีนเดียว หรือหลักการที่ว่า ทั้งไต้หวันและจีนแผ่นดินใหญ่ คือ จีนหนึ่งเดียว ซึ่งรัฐบาลจีนต้องการมั่นใจว่าทรัมป์จะยึดมั่นในหลักการดังกล่าว ขณะที่เมื่อวานนี้ (24 ม.ค. 60) ทำเนียบขาวเองก็ได้ออกมาแสดงท่าทีเป็นครั้งแรกว่าพร้อมปกป้องผลประโยชน์ของตนเองในทะเลจีนใต้ด้วย