วันนี้ (28 ม.ค. 60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สาเหตุที่ทำให้การดับไฟในชุมชนนี้เป็นไปด้วยความลำบาก เป็นเพราะว่าเส้นทางที่จะเข้ามาที่จุดเกิดเหตุแคบ ทำให้รถดับเพลิงเข้ามาไม่ถึง ซึ่งกว่าจะเริ่มดับไฟได้ ไฟก็ไหม้ไปแล้วเกือบครึ่งชั่วโมง
แต่ประเด็นสำคัญกว่านั้น มีการตั้งคำถามว่า อุปกรณ์ดับไฟเบื้องต้นที่ติดตั้งในชุมชนสามารถใช้งานได้จริงหรือไม่ ทั้งถังดับเพลิง และหัวจ่ายน้ำ จากการพูดคุยกับประชาชนที่อยู่ในเหตุการณ์ บอกว่า นอกจากมีไม่เพียงพอแล้ว ถังดับเพลิงบางถัง ไม่สามารถใช้การได้ เพราะถูกทิ้งไว้นานเกิน ซึ่งในจุดเกิดเหตุมีถังดับเพลิงถูกไฟไหม้จำนวนมาก
อีกหนึ่งปัญหาที่ทำให้การดับไฟเป็นไปด้วยความล่าช้า เพราะรถดับเพลิงที่เข้ามาถึงจุดเกิดเหตุ ไม่สามารถฉีดน้ำดับไฟได้ทันที เพราะเสี่ยงอันตรายจากกระแสไฟฟ้าที่ยังไม่ถูกตัด
ทั้งนี้บ้านของประชาชนที่นี่ ร้อยละ 90 สร้างด้วยไม้ ซึ่งติดไฟง่าย และเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี ส่วนใหญ่จะสร้างติดกันทั้งหมด ไม่แปลกที่ไฟไหม้ไม่ถึงชั่วโมง เผาบ้านไปมากกว่า 30 หลังคาเรือน สภาพความเสียหาย อย่างที่เห็นก็คือไหม้ทั้งหลัง เหลือเพียงเศษซากเท่านั้น
ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ของการไฟฟ้า เข้ามาสำรวจความเสียหายของหม้อแปลงไฟฟ้าและสายไฟ ส่วนประชาชนที่ได้รับผลกระทบขณะนี้ไปพักที่โรงเรียนที่อยู่ใกล้ชุมชน ซึ่งมีเจ้าหน้าที่คอยรับเรื่องร้องทุกข์ และเตรียมเปิดที่อพยพอีกหนึ่งจุดใกล้ที่เกิดเหตุ
อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังไม่มีข้อสรุปว่าสาเหตุของไฟไหม้ครั้งนี้เกิดขึ้นจากอะไร เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานกำลังนำตัวเจ้าของบ้านที่คาดว่าเป็นต้นเหตุของไฟไหม้ไปสอบถามรายละเอียดอยู่