วันนี้ (29 ม.ค. 60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ญาติและชาวบ้านเกิดความโกรธแค้น ตะโกนด่าทอและกรูเข้ามารุมประชาทัณฑ์นายวินัย เชิดกาย ผู้ต้องหาก่อเหตุฆ่าภรรยาตนเองจนเสียชีวิต ระหว่างตำรวจคุมตัวมากราบขอขมาศพและทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ที่บ้านของผู้ตายใน ต.ชุมแสง จ.บุรีรัมย์
ทางญาติพี่น้อง ผู้เสียชีวิต กล่าวว่า รับไม่ได้กับสิ่งที่นายวินัย กระทำ เพราะถือว่าเป็นการกระทำที่โหดเหี้ยมพิสดารมนุษย์ หลังเสพยาบ้าเข้าไปและเกิดอาการคุ้มคลั่ง ขณะนั้นภรรยาหลับ ได้ใช้สว่านแทงคอและทุบศรีษะ และเจาะตามใบหน้า ร่างกายเป็นแผลหลายจุด จนภรรยาเสียชีวิต
เบื้องต้นก็ได้แจ้ง 3 ข้อหาหนัก “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา, เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) และกระทำความรุนแรงในครอบครัวซึ่งเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำความรุนแรงในครอบครัว”
อีกหนึ่งคดี วันนี้ที่ชาวบ้าน ไปเฝ้าติดตามรอดูการทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเสนา ควบคุมตัวผู้ต้องหาจุดเกิดเหตุ ชาวก็ส่งเสียงตะโกนด่า สาปแช่งนายปัญญา จันทร์เปรม อายุ 25 ปีผู้ต้องหา ก่อเหตุฆ่ารัดคอชิงทรัพย์ หญิงวัย 38 ปี สาวโรงงานใน จ.พระนครศรีอยุธยา ก่อนนำศพไปทิ้งข้างถนน
ผู้ต้องหารับสารภาพว่า ตนเป็นรปภ. รู้จักกับผู้ตายผ่านทางเฟซบุ๊ก ก่อนจะมานัดเจอกันที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ขณะนั้นเกิดมีปากเสียงกัน จึงใช้หมอนกดทับที่บริเวณใบหน้าจนเสียชีวิต จากนั้นนำร่างผู้เสียชีวิตใส่ท้ายรถยนต์นำไปทิ้งที่บริเวณริมถนนสายหัวเวียง-วัดใบบัว อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา วันรุ่งขึ้นจึงกลับไปทำงานตามปกติ จนมาถูกตำรวจจับกุมตัว
สำหรับคดีฆ่าสาวโรงงานรายนี้ ตำรวจคาดว่ามีส่วนร่วมรู้เห็นอีก 2 คน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการติดตามจับกุม ขณะที่ตรวจสอบประวัติย้อนหลังพบว่านายปัญญา เคยต้องโทษในคดีลักจักรยานยนต์และคดียาเสพติด มาแล้วหลายคดี