วันนี้ (1 ม.ค. 60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายธนวรรธน์ พลวิชัย กรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดเผยว่า คณะกรรมการสลากฯ ได้มีหนังสือตักเตือนสมาคม องค์กรมูลนิธิกว่า 127 แห่งทั่วประเทศ ที่นำสลากไปจำหน่ายไม่เป็นไปตามที่ระบุไว้ในเงื่อนไขของสัญญา ซึ่งขณะนี้เป็นการเตือนครั้งที่ 1 หากเตือนครั้งที่ 2 และครั้งที่ 3 จะมีบทลงโทษรุนแรงขึ้น
ขณะที่ผู้ค้ารายย่อย 739 ราย ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคที่กระทำผิดนำสลากขายต่อเพื่อรวมชุดโดยไม่ขายเอง ถือว่าเป็นกลุ่มแสวงหากำไรไม่ประกอบอาชีพสลากโดยตรง จึงตัดสิทธิ์รับสลากไปขายในกลุ่มดังกล่าวเพื่อต้องการจัดสรรสลากให้ผู้ค้าตัวจริง ทั้งนี้ในการประชุมบอร์ดจากนี้ไป ทุกครั้งจะมีการพิจารณาตัดสิทธิ์ตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศที่ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขสัญญา โดยในส่วนของสมาคม องค์กร มูลนิธิที่จำหน่ายสลากไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ในการรับสลากไปจำหน่าย ก็จะมีมาตรการดำเนินการเช่นเดียวกัน
ทั้งนี้ปัญหาการรวมชุดจำหน่าย เกิดจากผู้ซื้อต้องการถูกรางวัลจำนวนมาก จึงสั่งให้ผู้ขายรวมชุดมาตอบสนองความต้องการของผู้ซื้อ ซึ่งทำให้มีต้นทุนที่เพิ่มขึ้น จึงคิดราคาสูงกว่าเดิม โดยสำนักงานสลากฯ มีความพยายามกวดขันอยู่ตลอด และได้สั่งการให้ผู้ตรวจการลงพื้นที่ติดตามการเปลี่ยนแปลงราคาสลากกินแบ่งรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง
สำหรับบรรยากาศการซื้อขายงวดวันที่ 1 ก.พ. 60 พบว่าส่วนใหญ่ราคาการจำหน่ายลอตเตอรี่อยู่ที่คู่ละ 80 บาท เนื่องจากสำนักงานสลากฯ ได้พิมพ์สลากฯ อยู่ที่ 68 ล้านคู่ เพื่อรองรับเทศกาลตรุษจีนที่มีผู้ค้าและประชาชนสนใจเพิ่มขึ้น เพราะเป็นที่นิยมเสี่ยงโชคและให้เป็นของขวัญ รวมทั้งกดดันราคาผู้ค้าสลากฯไม่ให้ฉวยโอกาสขายเกินราคาที่กำหนดไว้ ส่วนในงวดวันที่ 16 ก.พ. 60 จะมีสลากฯ เข้าสู่ระบบกว่า 71 ล้านคู่ ซึ่งจะช่วยกดดันราคาสลากฯ ในตลาดทั้งหมดไม่ให้สูงเกินไป