วันนี้ (2 ก.พ. 60) สื่อต่างชาติรายงานว่า นักแสดงชายแถวหน้าระดับ เอ-ลิสต์ของวงการฮอลลีวูดอย่าง จอห์นนี เดปป์ เพิ่งจะยื่นเรื่องฟ้องร้องบริษัท The Management Group ที่เจ้าตัวจ้างมาให้ดูแลด้านการเงินของเขาโดยเฉพาะเป็นจำนวนเงินกว่า 25 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราวๆ 875 ล้านบาท โทษฐานที่บริษัทดังกล่าวขาดตกบกพร่องในการยื่นเรื่องจ่ายภาษีของเขา ทำให้เขาต้องโดนค่าปรับฐานไม่จ่ายภาษีตามกำหนดเป็นจำนวนมหาศาล 5.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเกือบ 200 ล้านบาท รวมทั้งกำลังจะถูกยึดบ้านในลอสแองเจลิส
ขณะที่บริษัท The Management Group ก็ไม่ยอม โดยได้มีการออกมาฟ้องนักแสดงหนุ่มคนดังกล่าวกลับทันที พร้อมโต้แย้งว่า ที่เดปป์ ต้องเผชิญปัญหาการเงินจนอาจถึงขั้นล้มละลาย ในขณะนี้ เพราะเขามีนิสัยมือเติบคือใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายมาก โดยมีการอ้างข้อมูลยืนยันว่า เขาใช้จ่ายเงินในแต่ละเดือนกว่า 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราวๆ 70 ล้านบาท ยังไม่นับค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่จำนวนเงิน 75 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 2,625 ล้านบาท ที่เขาเพิ่งจะใช้ไปกับเคหะสถานบ้านส่วนตัวทั้ง 14 หลังนั้น
นอกจากนี้ยังมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ อีกมากมาย อาทิ เช่น ค่าเครื่องบินเจ็ทส่วนตัว, ค่าจ้างพนักงานกว่า 40 คนดูแลเรื่องจิปาถะ, ค่าจ้างพนักงานรักษาความปลอดภัยแบบเข้มงวด, ค่าเรือยอทช์, ค่างานเลี้ยงสังสรรค์, ค่าเครื่องดื่มนำเข้าราคาแพงจากต่างประเทศและอาหารชั้นเลิศ อีกทั้งเจ้าตัวยังต้องจ่ายค่าเช่าโรงเก็บของส่วนตัวต่างๆที่เกี่ยวกับผลงานมากมายในฮอลลีวูดอีกถึง 12 แห่ง
ขณะที่เมื่อเดือนที่แล้ว เดปป์เพิ่งจะจบปัญหาคดีความข้อหาทำร้ายร่างกายอดีตภรรยา แอมเบอร์ เฮิร์ด โดยเขาให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และทั้งคู่ถูกสั่งห้ามไม่ให้มีการสัมภาษณ์ใดๆ
แม้ว่าเดปป์จะถูกเปิดเผยถึงนิสัยใช้เงินแบบไร้สติ แต่ขณะเดียวกันนิตยสารทางด้านการเงินอย่างฟอร์บส จัดอันดับนักแสดงชายที่ค่าตัวแพงสุดแต่ผลงานไม่คุ้มราคาในปี 2016 ที่เพิ่งผ่านมา ปรากฏว่า เดปป์ ครองแชมป์ดังกล่าว แซงหน้า วิล สมิธ ซึ่งถือว่าเป็นปีที่สองของเขาแล้ว ยิ่งภาคใหม่ล่าสุดของ Pirates of the Caribbean : Salazar’s Revenge กำลงจะลงโรงฉายกลางปีนี้ เตรียมรอดูรายได้กันได้เลยว่าจะได้ไปอีกเท่าไหร่สำหรับกัปตันแจ็ค สแปร์โรว์