วันนี้ (5 ก.พ. 60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การรวบรวมข้อมูลของพนักงานสอบสวน กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) หลังสอบปากคำ นายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช หรือ เบนซ์ เรซซิ่ง ในประเด็นที่มาของรถหรูลัมโบร์กีนี ล่าสุด พลตำรวจตรี ชาตรี ไพศาลศิลป์ รองผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่กำลังอยู่ระหว่างการสืบสวนว่านายอัครกิตติ์ มีส่วนเชื่อมโยงหรือไม่
ซึ่งหากไม่สามารถหาที่มาที่ไปของรถลัมโบร์กีนีได้อย่างถูกต้องตามกฏหมาย และตรวจสอบพบความเกี่ยวข้องกับเครือข่ายยาเสพติด นายอัครกิตติ์ ก็จะถูกดำเนินคดีในข้อหาฟอกเงิน โดยจะเชิญตัวมารับทราบข้อกล่าวหาต่อไป
ทั้งนี้หากนายอัครกิตติ์ ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นอย่างดีก็มีโอกาสที่จะได้รับการประกันตัว แต่หากไม่ยอมมารับทราบข้อกล่าวหาทางเจ้าหน้าที่ก็อาจจะดำเนินการออกหมายเรียกตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป ซึ่งคาดว่าภายใน 1-2 สัปดาห์นี้จะมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น
ส่วนประเด็นการยืมเงินจำนวน 6 ล้านบาท ที่นายอัครกิตติ์ ระบุว่าได้ยืมเงินมาจากนายณัฐพล นาคคำ หรือ บอย ผู้ต้องหาในเครือข่ายยาเสพติดไซซะนะ โดยอ้างว่านำเงินมาดาวน์รถลัมโบร์กีนี ซึ่งจะต้องตรวจสอบว่ามีการยืมเงินเกิดขึ้นจริงหรือไม่ และเงินจำนวนดังกล่าวมีที่มาที่ไปอย่างไร
เนื่องจากนายณัฐพล เป็นผู้ต้องหาในคดีค้ายาเสพติดจึงไม่สามารถครอบครองทรัพย์สินได้ แต่นายอัครกิตต์ กลับไม่มีเอกสารหรือสัญญาการกู้ยืมเงินใดๆ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่คาดว่าเป็นข้อมูลที่ขาดความน่าเชื่อถือและไม่มีน้ำหนักเพียงพอ โดยทางตำรวจยังคงเชื่อว่ารถคันดังกล่าวเข้าข่ายมีความเชื่อมโยงกับขบวนการยาเสพติดของนายณัฐพล อย่างแน่นอน
ส่วนกรณีที่มีดารา นักแสดงหรือไฮโซเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่นั้น ทางเจ้าหน้าที่กำลังอยู่ระหว่างตรวจสอบรวมทั้งอาจเชิญตัวดารา นักแสดงที่เคยถ่ายรูปกับเครือข่ายไซซะนะ เข้ามาพบเพื่อให้ข้อมูลกับทางเจ้าหน้าที่ต่อไป
อย่างไรก็ตามทางพนักงานสอบสวนจะนำพยานหลักฐานที่นายเบนซ์นำมาแสดงไปประชุมร่วมกับสำนักงาน ป.ป.ส. และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. ในวันพรุ่งนี้ เพื่อตรวจสอบพยานหลักฐานต่างๆและตรวจสอบความเชื่อมโยงเส้นทางการเงินว่าโอนไปที่ใดบ้าง โดยจะเป็นการการสืบสวนในเชิงลึกมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้หากการประชุมในวันพรุ่งนี้ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน ก็อาจจะระบุได้ว่าจะเรียกบุคคลใดมาสอบปากคำต่อไป