วันนี้ (5 ก.พ. 60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย จัดงานงานเสวนาเรื่องแก้ปัญหาคอร์รัปชั่น ชาตินี้ หรือชาติหน้า มีนักเคลื่อนไหวด้านการตรวจสอบการทุจริต อย่างนายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน ,นางรสนา โตสิตระกูล อดีตสมาชิกวุฒิสภา และองค์กรตรวจสอบภาครัฐ นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ผู้ว่าการสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน เข้าร่วมเสวนา
โดยหลายฝ่ายมองว่า องค์กรการตรวจสอบของประเทศไทย ไร้ประสิทธิภาพทั้งระบบ โดยยกประเด็นที่ถูกร้องเรียนให้มีการตรวจสอบทุจริต เช่นการรับสินบนโรลส์ รอยซ์ ที่ประเทศอังกฤษ สั่งลงโทษผู้กระทำผิดแล้ว ซึ่งแตกต่างกับประเทศไทยที่ขณะนี้ไม่มีความคืบหน้าและไม่มีการเปิดเผยรายชื่อออกมาให้สาธารณชนรับทราบ ทั้งที่สามารถสืบจากเอกสารในการอนุมัติจัดซื้อจัดจ้างได้กลับไม่ทำ
รวมถึง การทุจริต GT-200 ที่คดียังค้างคาอยู่ แม้ว่าต่างประเทศจะมีการลงโทษบริษัทแม่ไปแล้ว แต่ประเทศไทยยังไม่สามารถจัดการได้ ชี้ให้เห็นว่าในกระบวนการจัดซื้อมีผู้มีอำนาจในปัจจุบันเข้าไปร่วมทุจริตด้วย การตรวจสอบจริงจัง ก็ไม่สามารถทำได้ โดยผู้ร่วมเสวนา ครั้งนี้ ยังเรียกร้องถึงรัฐบาลคสช.ให้มีความจริงใจในการตรวจสอบ และเร่งติดตามตัวคนผิดในคดีทุจริตคอร์รัปชั่น ให้มารับโทษให้ถึงที่สุด
ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้การแสดงความคิดเห็น เรื่องปัญหาคอร์รัปชั่นไทย เช่นกัน โดยนายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ และนายราเมศ รัตนเชวง ได้แถลงคัดค้านข้อเสนอกระทรวงการคลัง ใช้ มาตรา 44 ลดโทษคดีทุจริตรับสินบน แสดงความไม่เห็นด้วย โดยมองว่าเรื่องนี้ ไม่จำเป็นต้องใช้กฎหมายพิเศษ เพราะกฎหมาย ป.ป.ช. ที่มีอยู่ ก็สามารถคุ้มครองผู้ที่ให้ข้อมูลทุจริตรับสินบน ไว้เป็นพยาน ได้อยู่แล้ว
ทั้งนี้สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ยังแสดงความเป็นห่วง ว่า ถ้า คสช. ใช้ มาตรา 44 กับเรื่องนี้จริง จะเป็นการชี้ช่องให้คนกล้ารับสินบนมากขึ้น เพราะเพียงแค่สารภาพ ก็จะถูกลงโทษเพียงจ่ายค่าปรับเท่านั้น จึงอยากให้รัฐบาล และ คสช. ทบทวนเรื่องนี้อย่างรอบคอบ