ภาพรถเมล์ NGV เหมือนกันกับที่ถูกอายัดที่ท่าเรือแหลมฉบัง วิ่งลงจากเรือจีน ที่ท่าเรือในประเทศมาเลเซีย เป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่กรมศุลกากรแสดงต่อสื่อมวลชน พร้อมกับระบุว่า พนักงานขนสินค้าสามารถขับรถเมล์ NGV ขึ้นจากเรือได้โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์ช่วย นั่นทำให้กรมศุลกากรตีความว่ารถเมล์ถูกประกอบสำเร็จมาจากจีน แต่ผู้รับเหมา คือ เบสท์รินกรุ๊ป กับสำแดงข้อมูลว่า รถเมล์ทั้งหมดถูกประกอบที่มาเลเซีย ซึ่งจะทำให้ไม่ต้องเสียภาษีนำเข้าไทย 40%
นายชัยยุทธ คำคุณ รองอธิบดีกรมศุลกากร ยอมรับว่า ตัดสินใจเปิดเผยภาพนี้ เพราะประธานบริษัทเบสท์ริน กรุ๊ป ให้สัมภาษณ์ระบุว่าไม่เคยเห็นหลักฐานของกรมศุลกากร จึงจำเป็นต้องคลี่คลายข้อสงสัยกับประชาชน
การแถลงข่าววันนี้ ส่วนใหญ่ตอบโต้ประธานบริษัทเบสท์ริน กรุ๊ป ที่น่าสนใจที่สุด คือ สิทธิในการยกเลิกใบแสดงถิ่นกำเนิดสินค้า หรือเอกสารฟอร์ม ดี ซึ่งเบสท์ริน บอกว่า อำนาจยกเลิก เป็นของประเทศมาเลเซียผู้ออกเอกสาร แต่กรมศุลกากร ชี้แจงว่า ตามข้อตกลงระหว่างประเทศให้อำนาจประเทศผู้นำเข้ายกเลิกการใช้เอกสารฟอร์มดี หากพบว่าไม่ตรงตามเงื่อนไข
อีกประเด็นที่น่าสนใจ คือ กรมศุลกากร เคยส่งจดหมายไปที่บริษัท ซุปเปอร์ซาร่า ตามที่อยู่ที่แจ้งไว้กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า บริษัทที่ขนส่งรถให้เบสท์ริน กรุ๊ป เพื่อเร่งรัดให้จ่ายเงินค่าภาษี แต่จดหมายถูกตีกลับมาที่กรมศุลกากร นั่นอาจหมายความว่า ไม่มีผู้รับจดหมายตามที่อยู่ที่แจ้งไว้
หลังกรมศุลกากรเปิดเผยหลักฐานนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่ารัฐบาลไม่สามารถรับรถเมล์ NGV ที่มีปัญหาได้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องไปพิจารณาว่า จะจัดหาใหม่ทั้งหมดหรือไม่
การนำเข้ารถ 489 คันนี้ ถูกแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ รถ 100 คัน ที่ยื่นเอกสารขอลดหย่อนภาษี กลุ่มนี้เข้าข่ายกระทำผิดฐาน สำแดงที่มาสินค้าเท็จ และหลีกเลี่ยงการเสียภาษี ส่วนรถอีก 389 คัน ไม่ได้ยื่นขอลดหย่อนภาษี แต่ก็สำแดงที่มาว่ารถมาจากมาเลเซียเช่นกัน ซึ่งหากพิสูจน์ว่ารถเมล์ส่งมาจากจีน จะถือว่าเข้าข่ายความผิดสำแดงที่มาสินค้าเท็จ