ภาพเหตุการณ์ที่เห็นทั้งหมด คงเล่าเหตุการณ์ได้ชัดเจน ว่า วิศวกร หรือ นายสุเทพ โภชนสมบูรณ์ พยายามจอดรถในจุดที่มีคนอยู่เยอะ ระหว่างที่รถตู้ของกลุ่มวัยรุ่นขับตามมาและจอดขวาง ก่อนที่วัยรุ่นทั้งหญิงชายหลายคนจะกรูกันเข้ามาที่รถของนายสุเทพ
เสียงในคลิป บ่งบอกว่า กลุ่มวัยรุ่น มีท่าทีท้าทายนายสุเทพ ในขณะที่นายสุเทพพยายามไกล่เกลี่ย โดยใช้คำว่า มันผ่านไปแล้ว ผมปาดหน้าหรือทำอะไรคุณรึป่าว และพยายามบอกว่า ในรถมีทั้งแม่และเด็ก .. แต่กลุ่มวัยรุ่น ยังคงล้อมรถอยู่ พร้อมเสียงดังอย่างที่ได้ยินในคลิป จนมีเสียงปืนดังหนึ่งนัด กลุ่มวัยรุ่น จึงตะโกนบอกกันให้ไปดูอาการเพื่อนที่ถูกยิง (ซึ่งต่อมาเสียชีวิต)
ส่วนทางวิศวกร บอกกับเสียงผู้หญิงในรถว่า เขาถูกทำร้าย ... และผู้หญิง ซึ่งคาดว่าเป็นภรรยาก็ร้องไห้
ถ้าเทียบคลิปภาพเดิมจากกล้องวงจรปิดในมุมกว้าง จะเห็นว่าในคลิปภาพกว้าง ยังทำให้เกิดข้อถกเถียงที่เป็นประเด็นมาตลอด 2 วันก่อนหน้านี้ โดยเฉพาะพฤติกรรมและบทสนทนาของทั้ง 2 ฝ่าย ซึ่งภาพจากกล้องหน้ารถ สามารถบอกเหตุการณ์ได้อย่างชัดเจนกว่า
แต่มารดาของผู้เสียชีวิต ให้สัมภาษณ์ในรายการ “เป็นเรื่อง เป็นข่าว” ทาง PPTV เมื่อคืนวันที่ 8 กุมภาพันธ์ มีช่วงหนึ่งที่บอกว่า อยากให้สังคม มองจากเหตุการณ์ทั้งหมดตั้งแต่เริ่มต้นที่ทั้ง 2 ฝ่าย มีปากเสียงกันที่ตลาด เพราะภาพที่เห็น เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น
เมื่อคลิปที่เห็นเหตุการณ์แวดล้อมนี้ถูกเผยแพร่ออกไป ทำให้แง่มุมทางกฎหมายชัดเจนขึ้น นายเจนวิทย์ นวลแสง อาจารย์ประจำภาควิชานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ระบุว่า ภาพที่กลุ่มวัยรุ่นกรูกันไปที่รถของวิศวกร ซึ่งเป็นผู้ชายคนเดียวและมีครอบครัวอยู่ภายในรถ
ทำให้การที่วิศวกร ใช้ปืนยิงสวนไป 1 นัด อาจอ้างได้ว่า เป็นการป้องกันตัวได้ ตามกฎหมายอาญา มาตรา 68 จำต้องกระทำการใดเพื่อป้องกันสิทธิของตน หรือของผู้อื่น ให้พ้นจากภยันตราย ซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมาย และเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึง ถ้าได้กระทำพอสมควรแก่เหตุ การกระทำนั้นเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย ผู้นั้นไม่มีความผิด
ส่วนที่มีข้อโต้แย้งว่า นายสุเทพ สามารถเลือกยิงขึ้นฟ้า หรือยิงที่แขน ขา ได้หรือไม่ ต้องดูสถานการณ์ ว่าคับขันเพียงใด คือ กลุ่มวัยรุ่นมีจำนวนหลายคนและกำลังเข้ามาประชิดตัวแค่ไหน มีโอกาสในการเลือกยิงมากน้อยแค่ไหน
ทีมข่าว PPTV ติดต่อนายสุเทพ ทางโทรศัพท์ นายสุเทพ บอกว่า เสียใจ ไม่อยากให้เกิดความสูญเสียขึ้น สภาพจิตใจครอบครัวเสียขวัญมาก และตั้งแต่เกิดเรื่องขึ้น ไม่เคยดูข่าวสาร หรือ ติดตามข้อมูลจากโลกออนไลน์เลย
แต่เมื่อมีเพื่อนมาเล่าให้ฟังว่า มีคำพูดเชิงจะทำร้ายกันคืนผ่านสื่อต่างๆ ก็กลัวจะเกิดอันตรายกับครอบครัว และไม่รู้ว่าตำรวจจะสามารถช่วยดูแลความปลอดภัยได้หรือไม่