วันนี้ (9 ก.พ. 60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจาก นายธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นำภาพขยะจำนวนมากลอยกลางทะเลมาโพสต์ลงเฟซบุ๊กส่วนตัว เพื่อเรียกร้องให้ภาครัฐมีนโยบายที่ชัดเจนในการจัดการกับปัญหาขยะพลาสติกในทะเลเพื่อให้เห็นผล เพราะเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบรุนแรงต่อสัตว์ทะเลและทำให้ภาพลักษณ์ประเทศเสียหาย
ล่าสุดเฟซบุ๊กกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เผยแพร่ข้อมูลความคืบหน้าในการติดตามปัญหาดังกล่าว โดยร่วมกับสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ หรือ จิสด้า วิเคราะห์ทิศทางการเคลื่อนที่ของขยะผ่านแบบจำลองพบว่ากองขยะอยู่ในพื้นที่อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร ห่างจากฝั่ง 40 ไมล์ โดยลอยอยู่บริเวณใกล้กับเกาะง่าม ซึ่งมวลขยะดังกล่าวมีทิศทางถูกพัดพาออกสู่ทะเล ไม่ส่งผลกระทบกับแนวปะการัง ชายหาด และระบบนิเวศที่เปราะบางบริเวณใกล้ฝั่ง แต่ทั้งนี้ในโพสต์ของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งยังไม่ได้ระบุถึงการเข้าไปจัดเก็บขยะออกจากทะเลแต่อย่างใด
จากการศึกษาในปี 2558 “โอเชียน คอนเซอร์แวนซี่” (Ocean Conservancy) องค์กรไม่แสวงหาผลกำไร ซึ่งดำเนินการร่วมกับ ศูนย์ธุรกิจและสิ่งแวดล้อม ของ บริษัท แมคคินซี่ พบว่า ประเทศที่มีการทิ้งขยะพลาสติกลงในทะเลมากที่สุด 5 อันดับแรก คือ 1.จีน 2.อินโดนีเซีย 3.ฟิลิปปินส์ 4.ไทย 5.เวียดนาม โดยทั้ง 5 ประเทศทิ้งขยะพลาสติกลงทะเลคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 60 ของปริมาณขยะพลาสที่พบในทะเลทั่วโลก
ขณะที่ สถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเล ชายฝั่งทะเล และป่าชายเลน กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง อ้างถึงข้อมูลเมื่อปี 2558 ขององค์กรอนุรักษ์มหาสมุทร ซึ่งสำรวจพบว่า ปริมาณขยะพบสูงสุดในทะเล กว่า 8 ล้านชิ้น คือ บุหรี่ ก้นกรองบุหรี่ ประมาณ 2.24 ล้านชิ้น เปลือกลูกอม พลาสติกห่อหุ้มอาหาร ประมาณ 1.37 ล้านชิ้น ขวดเครื่องดื่มพลาสติก ประมาณ 988,000 ชิ้น ส่วนถุงพลาสติกอื่น ประมาณ 489,000 ชิ้น ถุงพลาสติกที่มีหูหิ้ว ประมาณ 485,000 ชิ้น