วานนี้ (20 ก.พ. 60) สื่อต่างชาติรายงานว่า INRIX ผู้ให้บริการข้อมูลด้านการจราจร รายงานว่า การจราจรในสหราชอาณาจักรย่ำแย่ที่สุดเป็นอันดับสามเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆในยุโรป โดยผู้ขับขี่ใช้เวลาเฉลี่ยบนถนนที่ติดขัด 32 ชั่วโมงต่อปี พร้อมกับเปิดเผยว่า หนึ่งในสาเหตุที่ทำให้รถติดก็คือการช็อปปิ้งออนไลน์
นักวิเคราะห์ชี้ว่า ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา การจับจ่ายใช้สอยบนโลกออนไลน์เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้ปริมาณรถส่งของบนถนนเพิ่มขึ้นตามไปด้วย โดยทุกวันนี้ขับรถยนต์ไปทางไหนก็มักเห็นรถของของบริษัทต่างๆเต็มท้องถนนไปหมด
นอกจากการช็อปปิ้งออนไลน์ ที่กลายเป็นปัจจัยหลักแล้ว ราคาน้ำมันที่ต่ำลง รวมถึงอัตราการจ้างงานที่สูงขึ้นในอังกฤษ ยังส่งผลให้ผู้คนหันมาใช้รถใช้ถนนมากขึ้น โดยเมืองที่ประสบปัญหารถติดรุนแรงที่สุดของสหราชอาณาจักรก็คือ ลอนดอน จากรายงานพบว่า ในช่วงเวลาเร่งด่วนผู้ขับขี่ทำความเร็วได้เพียง 5.5 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเท่านั้น
ขณะที่การจัดอับดับเมืองรถติดที่สุดทั่วโลกของ INRIX ยกให้ นครลองแองเจลิส ของสหรัฐฯ ครองแชมป์เมืองรถติดที่สุด โดยผู้ขับขี่ใช้เวลาเฉลี่ยบนถนน 104.1 ชั่วโมงต่อปี ตามมาด้วยกรุงมอสโก ของรัสเซีย แชมป์เก่า ที่ 91.4 ชั่วโมงต่อปี และอันดับ 3 คือ นครนิวยอร์ก ของสหรัฐฯ ที่ 89.4 ชั่วโมงต่อปี ส่วนกรุงเทพมหานครติดอันดับ 12 เมืองที่รถติดที่สุดในโลก โดยผู้ขับขี่ใช้เวลาเฉลี่ยบนท้องถนน 64.1 ชั่วโมงต่อปี