วันนี้ (25 ก.พ. 60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากดีเอสไอ ควบคุมสัญญาณอินเทอร์เน็ตและโทรศัพท์ ทั้งในและโดยรอบวัดพระธรรมกายได้แล้ว ล่าสุด เจ้าหน้าที่ต้องให้ผู้เชี่ยวชาญทางด้านไอที หาวิธีควบคุมสัญญาณบลูทูธจากโปรแกรม “ไฟร์ แชท” ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษตรวจสอบพบว่า มวลชนวัดพระธรรมกาย ใช้โปรแกรมนี้สื่อสารกัน เพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า จากการไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ ส่วนแผนการเข้าค้นเชิงลึกดูเหมือนว่าจะเร่งจัดการกับพื้นที่เป้าหมายในการค้นตามหาตัวพระธัมมชโย
โดยการออกมาตอบโต้การข่าวของกรมสอบสวนคดีพิเศษ พยายามย้ำเรื่องยุทธวิธีนำมวลชนวัดพระธรรมกายออกจากพื้นที่ให้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นฝั่งในหรือนอกวัดพระธรรมกาย แต่สิ่งที่น่าสนใจไปกว่านี้คือพบมวลชนของวัดพระธรรมกาย พยายามกระจายข่าวทางโซเชียลมีเดีย ให้ดาวน์โหลดแอพลิเคชั่น ไฟร์ แชท มาใช้งาน เพราะไม่ต้องใช้สัญญาณโทรศัพท์ ทำให้เจ้าหน้าที่หาทางปิดช่องทางสื่อสารนี้ให้เร็วที่สุด
นอกจากนี้ การกระชับพื้นที่ฝั่ง 2,000 ไร่ กับ 196 ไร่ ของวัดพระธรรมกาย รองโฆษกดีเอสไอบอกว่า ยังคงเน้นพื้นที่วัดและมูลนิธิของวัด ส่วนตลาดกลางคลองหลวงอยู่ระหว่างหารือกันว่า จะประกาศเป็นพื้นที่ห้ามเข้าเด็ดขาด เพื่อเคลียร์มวลชนหรือไม่
ส่วนแนวทางการขนเสบียงเข้าไปในวัดพระธรรมกาย ดีเอสไอคือหน่วยงานที่จะระบุว่าสามารถอนุญาตให้นำเข้าได้หรือไม่ โดยรองผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค1 ระบุว่า ดูเหมือนเสบียงที่ขนเข้าไปตอนนี้ จะมากเกินความจำเป็น จึงเตรียมหารือเพื่อกำหนดแนวทางจำกัดจำนวนร่วมกับดีเอสไอ
ส่วนการเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย 196 ไร่ อีกครั้ง ที่ยังไม่มีแนวโน้มจะทำได้ ดีเอสไอ ยืนยันว่า มีอำนาจตามมาตรา 44 ที่จะเข้าค้นวัดตอนไหนก็ได้ แต่พยายามบอกผ่านสื่อว่าจะพยายามทำตามขั้นตอนคือขอหมายค้นอีกรอบ แต่ก็ไม่ยืนยันว่าระหว่างนี้จะไม่ค้น และขอให้แกนนำอย่านำพระ เด็ก คนชรา มากดดันให้เจ้าหน้าที่ทำงานยากขึ้น
ทั้งนี้ การข่าวของเจ้าหน้าที่พบว่ามีมือที่ 3 แฝงตัวภายในวัด หากเกิดเหตุรุนแรงด้านใน อาจจำเป็นต้องจัดกำลังเข้าไปจัดการสถานการณ์ และเตรียมประสานสำนักพุทธให้ทำหนังสือยืนยันองค์กรพุทธนานาชาติว่าสนับสนุนการเข้าค้นวัดพระธรรมกายอีกด้วย