หลังจากที่พระเสกสรรค์ออกจากตลาดกลางคลองหลวงไปรายงานตัว พ.ต.ต.สุริยา สิงหกรม รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ก็ลงพื้นที่เจรจากับพระสงฆ์ในตลาด แม้ว่าพระสงฆ์ทั้งหมดจะยอมรับว่าเพิ่งได่รับการถ่ายโอนข้อมูลการดูแลมวลชนจากพระเสกสรรค์มา แต่ดีเอสไอ ระบุว่า พระจะต้องส่งยอดพระสงฆ์ที่ปักหลักในตลาดให้กับเจ้าหน้าที่โดยยอดที่ชี้แจงต้องไม่ใช่การประมาณการเหมือนที่ผ่านมา
ขณะที่ช่วงบ่าย เจ้าหน้าที่เปลี่ยนการตรวจคนเข้าพื้นที่ตลาดกลางจากเดิมที่ตรวจสแกนเฉพาะวัตถุอันตราย เป็นตรวจสแกนบุคคล และขอถ่ายบัตรประชาชนไว้ด้วย ทำให้พระและมวลชนไม่พอใจ จนเกิดการ นั่งเผชิญหน้ากันระหว่าง2ฝ่าย โดยฝ่ายพระสงฆ์ มองว่าการขอแสกนบัตรประชาชนเป็นการละเมิดสิทธิ์ส่วนบุคคล ส่วนเจ้าหน้าที่ให้เหตุผลว่า ที่ต้องตรวจสอบข้อมูล ก็เพื่อคัดกรองบุคคลที่อาจเข้าไปสร้างสถานการณ์ พร้อมกับยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ไม่ได้ปิดกั้นการเข้าพื้นที่ นอกจากนี้ยังมีความพยายามขอให้รื้อถอนเต็นท์ที่พักของพระด้านหลังตลาด เนื่องจากอยู่นอกเหนือข้อตกลง ที่เคยทำร่วมกันว่าจะไม่มีการต่อเติมเต็นท์เพิ่มเติม
ส่วนการแถลงข่าวของ พระวัดพระธรรมกายวันนี้ กว่าจะแถลงข่าวได้ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย จากเดิมที่เคยแถลงบริเวณประตู5 วันนี้ตำรวจไม่อนุญาตให้สื่อเข้าทำข่าวบริเวณนั้น โดยระบุว่าอยู่ในพื้นที่ควบคุม ทำให้พระต้องย้ายไปแถลงที่ประตู7 และก็มีความเป็นไปได้ว่าอาจจะเปลี่ยนจุดแถลงข่าวมาที่บริเวณนี้ถาวร
ส่วนประเด็นหลักของการแถลงข่าววันนี้ คือขอให้ทบทวนการตัดสินคดีพระสงฆ์ เนื่องจากอ้างว่ากระบวนการสึกพระทั้งที่คดียังไม่สิ้นสุด เป็นสิ่งที่ไม่ควรดำเนินการ ส่วนการเข้าตรวจสอบพื้นที่อาคารบุญรักษา พระวัดพระธรรมกาย ยอมรับว่า ดีเอสไอมีการประสานติดต่อมาแต่ปฎิเสธให้ข้อมูล