ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ วันนี้ (10 มี.ค.60) เมื่อเวลา 15.00 น. นายศิโรตม์ ดวงรัตน์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงกรณีที่มีผู้เผยแพร่ข้อความภาพและคลิปวิดีโอผ่านสื่อสังคมออนไลน์ทั้งทางไลน์ และเฟซบุ๊ก ที่ใช้ว่า Montakan Tangsanga เตือนภัยผู้ใช้บริการที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) ไม่ให้ใส่ทรัพย์สินของมีค่าไปในกระเป๋าสัมภาระ เนื่องจากกระเป๋าของผู้โพสต์และผู้เดินทางในคณะบางคนได้ถูกรื้อค้นและแม่กุญแจถูกตัด ว่า ไม่เกิดการผิดปกติของการทำหน้าที่สนามบินสุวรรณภูมิ เนื่องจากการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากภาพกล้องโทรทัศน์วงจรปิดของระบบสายพานลำเลียงกระเป๋า และสายพานคัดแยกกระเป๋า เพื่อดูภาพกระเป๋าของผู้ร้องเรียนย้อนหลัง ไม่พบความผิดปกติหรือมีผู้ใดไปแตะต้องกระเป๋าในระหว่างที่อยู่ในระบบสายพานลำเลียง
ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 มี.ค.60 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้โดยสารชื่อว่า Ms.Jantarash Arunnaveesiri, Montakan Tangsanga และคุณอวยชัย ตั้งสง่า โดยผู้โดยสารได้เดินทางโดยสายการบินพีช เอวิเอชั่น เที่ยวบิน MM 990 จากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิปลายทางโอกินาวา เมื่อคืนวันที่ 26 ก.พ.60 พบว่ากระเป๋าสัมภาระถูกรื้อค้นและได้รับความเสียหาย จึงต้องการให้สายการบิน รับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งเมื่อได้รับข้อร้องเรียนดังกล่าว ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้มีหนังสือแจ้งสายการบินให้ทราบเรียบร้อยแล้ว ส่วนความคืบหน้าในการสอบสวนข้อเท็จจริงนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ. ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กำลังเร่งตรวจสอบ
อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบกระเป๋าของผู้ร้องเรียนทั้ง 3 ใบ ใช้ระยะเวลาลำเลียงประมาณ 11-17 นาที ซึ่งเป็นเกณฑ์เวลาปกติ และหลังจากนั้น กระเป๋าดังกล่าวได้ถูกพนักงานขนถ่ายสัมภาระของสายการบิน ที่ดำเนินการโดยบริษัท บริการภาคพื้น การบินกรุงเทพ เวิลด์ไวด์ไฟลท์เซอร์วิส จำกัด (BFS) ขนเข้ารถ เพื่อนำไปขึ้นเครื่องต่อไป ทำให้เห็นว่าการดำเนินงานของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิที่รับผิดชอบไม่ได้สร้างความเสียหายต่อกระเป๋าของผู้ร้องเรียน
นายศิโรตม์ กล่าวว่า ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้ให้ความสำคัญกับการดูแลรักษาความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สินของผู้ใช้บริการมาเป็นอันดับหนึ่ง และกำหนดมาตรการการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่คัดแยกกระเป๋าสัมภาระอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันการลักทรัพย์สินจากสัมภาระผู้โดยสาร โดยเฉพาะการตรวจสอบพนักงานขนถ่ายสัมภาระที่จะเข้าไปปฏิบัติงานในเขตการบินจะต้องมีการตรวจบัตรรักษาความปลอดภัยสำหรับบุคคลและยานพาหนะ ที่ผ่านเข้า - ออก ทุกครั้ง รวมทั้งตรวจค้นร่างกายบุคคล และยานพาหนะอย่างละเอียด ทั้งก่อนเข้าและก่อนออกจากพื้นที่ เพื่อป้องกันการลักลอบนำทรัพย์สินที่ขโมยออกนอกพื้นที่
“เพื่อให้การดูแลรักษาความปลอดภัยภายในพื้นที่คัดแยกกระเป๋าเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ยังได้จัดเจ้าหน้าที่เฝ้าสังเกตการณ์ดำเนินงานของระบบสายพานลำเลียงกระเป๋าและเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง หากพบเห็นเหตุการณ์ผิดปกติจะเข้าระงับเหตุโดยทันที โดยยืนยันว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ได้ปฏิบัติตามมาตรการอย่างเข้มงวด หากพบการกระทำความผิด จะยึดบัตรรักษาความปลอดภัยบุคคล และนำรายชื่อขึ้นบัญชีดำในระบบการออกบัตรรักษาความปลอดภัยทันที เพื่อไม่ให้บุคคลดังกล่าวสามารถเข้าพื้นที่เขตห้ามของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิได้อีก รวมทั้งส่งตัวผู้กระทำความผิดดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป”
นายศิโรตม์ กล่าวว่า เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาดังกล่าวไม่ให้เกิดขึ้นอีกในอนาคต ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้ประชุมร่วมกับบริษัทให้บริการภาคพื้นที่ได้รับสัมปทาน 2 ราย คือ ฝ่ายบริการภาคพื้นอุปกรณ์ภาคพื้น บริษัท การบินไทย ที่ให้บริการอยู่ 90 สายการบิน และบริษัท BFS ที่ให้บริการอยู่ 60 สายการบิน ให้กำกับดูแลผู้ปฏิบัติงานอย่าง หากผู้ประกอบการรายใดไม่สามารถควบคุมดูแลการดำเนินงานให้เป็นไปตามมาตรฐาน และปล่อยให้มีการกระทำความผิดดังกล่าวอีก ซึ่งสร้างความเสียหายร้ายแรงต่อชื่อเสียงและภาพลักษณ์ของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และประเทศชาติ จะถูกยกเลิกสัญญาทันที
นอกจากนี้ ทอท. กำลังพิจารณาแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยการจัดตั้งบริษัทลูกเข้ามาบริหารจัดการดูแลด้านการขนถ่ายกระเป๋าสัมภาระผู้โดยสารรวมทั้งดูแลรักษาความปลอดภัยด้วยตนเอง เพื่อให้สามารถควบคุมและป้องกันดูแลความปลอดภัยทรัพย์สินของผู้โดยสารได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น