วันนี้ (15 มี.ค. 60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน และตำรวจกองปราบปราม นำรองเท้า เสื้อ กางเกง และอุปกรณ์เครื่องใช้ส่วนตัว ที่อยู่ในห้องพักย่านถนนจรัญสนิทวงศ์ ของผู้ที่รับสารภาพว่าเป็นคนใช้ไขควงแทงศรีษะนักศึกษามหาวิทยาลัยศิลปากร มาตรวจพิสูจน์ เพื่อดูว่าอาจมีคราบเลือดของผู้เสียชีวิต และผู้ต้องหา รวมถึงนำไปหาดีเอ็นเอต่อไป
โดยห้องพักแห่งนี้ เป็นห้องที่ผู้ต้องหาพักในระหว่างศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร นานกว่า 3 ปีแล้ว ตำรวจจึงเชื่อว่า ผู้ต้องหากลับเข้ามาพักหลังก่อเหตุ เพราะข้อมูลที่ได้จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 16 คนเมื่อวานนี้ สอดคล้องกับคำบอกเล่าของผู้อยู่อาศัยในตึกเดียวกันว่ากว่า 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา ยังพบความเคลื่อนไหวมีบุคคลเข้าออก และมักจะพาเพื่อนมาที่ห้องและส่งเสียงดังเป็นประจำ
พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผู้บังคับการกองปราบปราม บอกว่า ตำรวจนำวัตถุพยานทั้งหมดที่พบในห้องของผู้ต้องหา ไปตรวจพิสูจน์เพื่อเปรียบเทียบกับดีเอ็นเอของผู้เสียชีวิตแล้ว คาดว่าจะทราบผลโดยใช้เวลาไม่เกิน 1 สัปดาห์ ส่วนที่จังหวัดเพชรบุรีได้ส่งชุดสืบสวนประสานข้อมูลกับฝ่ายสืบสวน สภ.ชะอำ ร่วมกันค้นหาพยานหลักฐานอื่นๆเพิ่มเติม แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้
พลตำรวจเอกศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยืนยันว่า บิดาของผู้ต้องหา ที่เป็นนายตำรวจระดับรองผู้กำกับการ ที่รับราชการอยู่ในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ ไม่เคยวิ่งเต้นและไม่เคยโทรศัพท์ติดต่อให้ช่วยเหลือคดี หลังเชิญตัวเข้าสอบถามและพูดคุยพร้อมกับภรรยาและผู้บังคับบัญชา
รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยืนยันว่า หากพบตำรวจคนใดให้การช่วยเหลือหรือเกี่ยวข้องกับคดีนี้โดยไม่ใช่หน้าที่ก็จะเอาผิด รวมถึงผู้มีอิทธิพล ถ้าพบเข้าไปเกี่ยวข้องจะเรียกพบโดยทันที
โดยเมื่อวานนี้ ผู้ต้องหา 16 คน เข้าสอบปากคำที่กองบังคับการปราบปราม ผู้ต้องหาคนที่ถูกค้นห้อง รับสารภาพว่าเป็นผู้ใช้ไขควงแทงศรีษะผู้ตาย แต่อ้างว่าทำไปเพื่อป้องกันตัว ขณะนี้ถูกฝากขังที่เรือนจำคลองเปรม ส่วนผู้ต้องหารายอื่น ศาลให้ประกันตัว 14 คน โดยมีเงื่อนไขห้ามเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐาน อีก 1 คน เป็นเยาวชน และอีก 2 คน เป็นผู้หญิง ซึ่งหลักฐานยังไม่สามารถเอาผิดได้