วันนี้ (18 มี.ค. 60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า กรมการขนส่งทางบกส่งเจ้าหน้าที่ตรวจการลงพื้นที่กวดขันการให้บริการรถโดยสารสาธารณะในเขตกรุงเทพมหานคร เน้นมาตรการเฝ้าระวังตรวจจับ เปรียบเทียบปรับฃ
ทั้งนี้ จากการลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่า เฉพาะเดือนกุมภาพันธ์ 2560 ตรวจสอบรวม 15,144 คัน พบการกระทำความผิดรวม 678 ราย แบ่งเป็นรถแท็กซี่จำนวน 512 ราย ความผิดส่วนใหญ่ ได้แก่ ไม่ตรวจรอบมิเตอร์ตามที่กำหนด จำนวน 195 ราย ใช้รถไม่จดทะเบียน จำนวน 84 ราย ขับรถไม่แสดงใบอนุญาตหรือสำเนาคู่มือรถ จำนวน 75 ราย ปฏิเสธไม่รับผู้โดยสาร จำนวน 34 ราย อุปกรณ์ส่วนควบไม่ถูกต้องตามกฎกระทรวง จำนวน 24 ราย
สำหรับรถตู้โดยสารสาธารณะการกระทำความผิด จำนวน 101 ราย ความผิดส่วนใหญ่ ได้แก่ ใช้ความเร็วเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด จำนวน 20 ราย ไม่ตรวจรอบรถโดยสารตามระยะเวลา จำนวน 16 ราย ไม่หยุดหรือจอด ณ สถานีขนส่งผู้โดยสาร จำนวน 14 ราย นำรถออกนอกเส้นทาง จำนวน 9 ราย
ส่วนการตรวจสอบการให้บริการรถจักรยานยนต์สาธารณะพบการกระทำความผิด จำนวน 65 ราย เป็นการฝ่าฝืนนำรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล (ป้ายดำ) มาให้บริการ จำนวน 52 ราย ไม่ปฏิบัติตามกฎกระทรวง จำนวน 8 ราย ใช้รถไม่ชำระภาษี จำนวน 2 ราย ขับรถไม่แสดงใบอนุญาตหรือสำเนารถ จำนวน 2 ราย และใช้รถไม่จดทะเบียน จำนวน 1 ราย ได้เปรียบเทียบปรับตามข้อหาความผิด และส่งตัวเข้ารับการอบรมเพื่อสร้างจิตสำนึกการให้บริการที่ดี พร้อมบันทึกประวัติไว้ที่ศูนย์ข้อมูลประวัติผู้ขับรถสาธารณะของกรมการขนส่งทางบก หากพบการกระทำผิดซ้ำซากพิจารณาพักใช้เพิกถอนใบอนุญาตขับรถสาธารณะ
โดยอธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมการขนส่งทางบกดำเนินการเข้มงวดตรวจสอบรถโดยสารสาธารณะทุกประเภท ทั้งในด้านความปลอดภัยและมาตรฐานการให้บริการ รวมถึงการกวดขันจับกุมในทุกพื้นที่ทั่วกรุงเทพมหานคร พร้อมพิจารณาบังคับใช้มาตรการทางกฎหมายทั้งผู้ขับรถและผู้ประกอบการที่ประทำความผิดอย่างเข้มงวด