นายกุลิศ สมบัติศิริ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า กรมศุลกากรกำลังรวบรวมหลักฐานให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ดำเนินคดีกับบริษัทซุปเปอร์ซาร่า ฐานนำเข้ารถเมล์เอ็นจีวี 99 คัน สำแดงเป็นเท็จเลี่ยงภาษี และความผิดที่บริษัทซุปเปอร์ซาร่าเป็นนอมินีการนำเข้ารถเมล์ดังกล่าว รวมทั้ง ต้องเสียภาษีและค่าปรับอีก 2 เท่า ซึ่งปัจจุบันยังไม่ได้นำรถออก เพราะไม่ต้องการเสียค่าปรับ 2 เท่า
ทั้งนี้ กรมศุลกากรจะดำเนินการเอาผิดกับซุปเปอร์ซาร่าในส่วนของการนำเข้ารถเมล์เอ็นจีวีสำแดงเท็จเลี่ยงภาษีเท่านั้น ส่วนสัญญาที่องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ทำไว้กับบริษัท ซุปเปอร์ซาร่า เพื่อให้นำเข้าและส่งมอบไม่ได้นั้น ก็เป็นเรื่องของ ขสมก. ไม่เกี่ยวกับการดำเนินการของกรมศุลกากร รวมถึงไม่สามารถส่งหลักฐานที่กรมศุลมีให้ ขสมก.ได้ เพราะกรมศุลต้องใช้เป็นหลักฐานในการสู้คดี
สำหรับบริษัทซุปเปอร์ซาร่านำเข้ารถเมล์เอ็นจีวี 489 คัน แบ่งเป็น 5 ใบขน ใบขนแรกจำนวน 1 คัน บริษัทยอมจ่ายประกันค่าภาษีและค่าปรับ 2 เท่า เป็นเงิน 3.7 ล้านบาท เพื่อนำรถออกไป, ใบขนที่ 2 จำนวน 99 คัน บริษัทไม่ยอมจ่ายภาษีและค่าปรับ 2 เท่า และไปฟ้องศาลพัทยาให้คุ้มครองชั่วคราวให้นำรถออกได้โดยไม่ต้องเสียค่าปรับ 2 เท่า และภายหลังศาลก็ยกเลิกคุ้มครองหลังจากที่กรมศุลกากรยื่นอุทธรณ์
ขณะที่ใบขนที่ 3-5 จำนวน 389 คัน บริษัทไม่ยื่นฟอร์มดีและยอมจ่ายประกันค่าภาษีนำเข้า 40% เพื่อนำรถออกไปแล้ว ซึ่งผู้นำเข้าขอสงวนสิทธ์ต่อสู้ขอคืนภาษีในภายหลัง โดยกรมศุลกากร ยืนยันว่าการนำรถดังกล่าวมีการสำแดงเท็จเหมือนกับ 2 ใบขนแรก
นอกจากนี้ นายกุลิศ ยังกล่าวถึงการฟ้องร้องกับ บริษัท สามชัย สตีล อินดัสทรี ว่า กรมศุลยังไม่ได้มีการถอนฟ้อง กรณี บริษัท สามชัย ถูกจับกุมขบวนการฉ้อฉลการขอคืนเงินอากรสินค้าประเภทเหล็ก มูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจกว่า 120 ล้านบาท เนื่องจากตอนนี้อยู่ระหว่างศาลไต่สวนว่าจะรับฟ้องหรือไม่ นอกจากนี้ยังมีคดีที่บริษัท สามชัย สตีล อินดัสทรี ฟ้องกรมศุลกากร ก็ยังอยู่ระหว่างไต่สวนของศาลว่าจะรับฟ้องหรือไม่เช่นกัน