สำหรับชายหนุ่มหน้าตาคมเข้มกับมาดแบบสุภาพบุรุษในสูทคัตติ้งเนี้ยบ พวกเขาเรียกตัวเองว่า Mr Erbil การรวมตัวของพวกเขาไม่ใช่แค่การรวมกลุ่มกันของผู้ที่หลงใหลในแฟชั่น แต่ยังเป็นการเคลื่อนไหวทางสังคม มีจุดมุ่งหมายในการประกาศความเป็นมาและตัวตนของชาวเคิร์ดให้ชาวโลกได้รับรู้ว่า เคิร์ด เป็นกลุ่มชาติพันธุ์กลุ่มใหญ่ที่สุดในโลกที่ไม่มีดินแดนเป็นของตัวเอง
ทั้งนี้ ในช่วงที่ประธานาธิบดีซัดดัม ฮุสเซนเรืองอำนาจ ชาวเคิร์ดในอิรักถูกปกครองอย่างกดขี่ทารุณและถูกปราบปรามอย่างโหดร้าย โดยชาวเคิร์ดเริ่มมีเสรีภาพมากขึ้นเมื่อสหรัฐอเมริกาบุกอิรักและโค่นล้มซัดดัม ฮุสเซน ได้สำเร็จในปี 2003 ในฐานะพันธมิตรของสหรัฐอเมริกาที่ร่วมโค่นล้มซัดดัม เคิร์ดในอิรักได้ครองอำนาจเหนืออาณาเขตที่เต็มไปด้วยเทือกเขาและแหล่งน้ำมันอันกว้างใหญ่ทางตอนเหนือของประเทศ
สำหรับเคอร์ดิสถานในเวลานั้นก้าวเข้าสู่ยุคที่เปี่ยมไปด้วยความหวัง แต่ความชื่นมื่นแห่งทศวรรษอันรุ่งโรจน์ของเคอร์ดิสถานเลือนหายไปเมื่อสหรัฐอเมริกาตัดสินใจถอนกำลังทหารออกจากอิรักเมื่อปี 2014 การผงาดขึ้นมาของกลุ่มไอเอส รวมถึงราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ตกต่ำ ส่งผลให้การลงทุนซบเซา ภาวะเศรษฐกิจถดถอย ผู้คนจำนวนมากว่างงานและสิ้นหวัง
ขณะที่ การรวมตัวกันของกลุ่ม Mr Ebril จึงมีจุดประสงค์เพื่อให้กำลังใจกันและกันต่อชาวเคิร์ดในยามที่แผ่นดินเผชิญกับความไม่แน่นอน แต่ที่มากกว่าเสื้อผ้าและแฟชั่นคือการสื่อว่าที่นี่ยังมีความหวัง ทั้งความหวังที่แผ่นดินจะสงบสุข หวังให้บ้านเมืองได้เดินหน้าต่อไป หวังใช้แฟชั่นและการแต่งตัวเป็นสื่อให้คนทั่วไปรับรู้ว่า ดินแดนแห่งนี้ไม่ได้มีแต่ความขัดแย้ง การสู้รบ หรือความล้าหลัง แต่ที่นี่ยังมีรากเหง้า วัฒนธรรม ความสร้างสรรค์ ความงามและความหวัง