April Fool’s Day “โกหก” อย่างไรไม่เสี่ยงคุก

โดย PPTV Online

เผยแพร่

1 เมษายนของทุกปี หรือ ที่เรียกกันแบบสากลว่า เอพริลฟูลเดย์ (April Fool’s Day) เป็นวันหนึ่งที่หลายๆ คนมักมีเรื่องโกหกมาให้คนรอบข้างได้ตกอกตกใจ ก่อนจะเฉลยให้ได้หายสงสัย

สำหรับประเทศไทยแล้ว แม้จะไม่มีการบัญญัติวันนี้ไว้ แต่หลายๆ คนก็หยิบยกวันนี้มาเป็นหนึ่งวันในการแกล้งเพื่อนๆ ในโลกโซเชียลมีเดีย ดังนั้นเพื่อให้วันโกหกไม่ส่งผลกับคนอื่นและตัวผู้โพสต์ในภายหลัง เรามาดูข้อปฏิบัติที่ทำให้การโกหกในวันโกหกไม่เสี่ยงมีความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 

นายณัฐ พยงค์ศรี นักวิชาการคอมพิวเตอร์ชำนาญการ พนักงานเจ้าหน้าที่ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 กล่าวว่า ประเทศไทยไม่มีการบัญญัติเรื่องวันโกหกไว้ในกฎหมาย แต่เนื่องจากวันนี้เป็นวัน April Fool’s Day หรือวันโกหกของคนต่างชาติ และอาจมีคนไทยที่ใช้วันนี้ในการแกล้งเพื่อนหรือคนรู้จัก ดังนั้น การโกหก หรือคิดเรื่องที่จะนำมาโกหกเพื่อแกล้งกัน ควรอยู่ในขอบเขตที่เหมาะสม เพราะถ้าโกหกในเรื่องที่เกินเลยจนทำให้เกิดความตื่นตระหนกต่อคนในสังคมเป็นวงกว้าง หรือทำให้เกิดความเสื่อมเสียชื่อเสียงแก่บุคคลที่ถูกอ้างถึง จะมีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพ์ 2550 มาตรา 14 ซึ่งระบุว่า ผู้ใดนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ โดยข้อมูลอันเป็นเท็จและน่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน หรืออาจเกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศหรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปีไม่เกิน 100,000 บาท

นายณัฐ กล่าวต่อว่า การโกหกกันในโลกออนไลน์ไม่ได้หยุดอยู่แค่วันที่ 1 เม.ย. แต่ยังคงมีการส่งต่อกันไปอีกหลายวันหลายเดือน ดังนั้นเรื่องที่ใช้โกหกเพื่อมีจุดประสงค์แกล้งกัน ควรเป็นเรื่องที่ไม่สร้างผลเสียให้บุคคลอื่น หรือสร้างผลเสียให้กับองค์กรหรือหน่วยงานใด ยกตัวอย่าง การโกหกที่อาจเสี่ยงต่อความผิดตามพ.ร.บ.คอมพ์ 2550 คือ การโกหกว่าพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งกำลังเกิดโรคระบาดในสัตว์เลี้ยง และพื้นที่นั้นมีการเลี้ยงสัตว์และขายสัตว์จริง ก็อาจส่งผลเสียต่อการประกอบธุรกิจได้ เมื่อมีการส่งต่อข้อความก็ยิ่งทำให้เกิดผลเสีย และอาจเข้าข่ายการนำเสนอข้อมูลอันเป็นเท็จจนทำให้เกิดความตื่นตระหนกและเดือดร้อนแก่บุคคลอื่นได้

นายณัฐ แนะนำว่า วันนี้นอกจากการคิดเรื่องโกหกที่ต้องไม่สร้างความเดือดร้อนแล้ว ควรเขียนเฉลยให้ผู้อ่านได้รู้ภายในไม่กี่บรรทัดเพื่อไม่ให้เกิดความตกใจ รวมถึงการอ่านข้อมูลข่าวสารในวันนี้จากสื่อโซเชียลมีเดียต่างๆ ควรอ่านให้รอบคอบด้วยเช่นกัน

สำหรับวัน April Fool’s Day (เอพริลฟูลเดย์) หรือ วันเมษาหน้าโง่ สมัยก่อนเป็นวันขึ้นปีใหม่ของชาวฝรั่งเศสในช่วงยุคศตวรรษที่ 16 เรื่อยมาจนถึงประมาณ ค.ศ. 1562 โป๊ป เกรโกรี หรือสมเด็จพระสันตะปาปาเกรโกรีที่ 13 ได้กำหนดให้ชาวคริสต์ทั่วโลกเฉลิมฉลองวันขึ้นปีใหม่พร้อมกัน โดยกำหนดใหม่ให้วันที่ 1 มกราคมเป็นวันขึ้นปีใหม่ในแบบสากล แต่ด้วยสมัยนั้นการส่งข่าวสารระหว่างกันยังไม่พัฒนา เรื่องราวต่างๆ ก็ไม่ได้ถูกกระจายให้ครอบคลุม ดังนั้นคนในชนบทของประเทศฝรั่งเศสที่อยู่ห่างไกลจึงไม่ได้รับข่าวสารใหม่ๆ ทำให้พวกเขายังเฉลิมฉลองวันขึ้นปีใหม่ในวันที่ 1 เมษายนตามเดิม และทำให้โดนเย้ยหยันจากคนที่รู้ข่าวแล้ว อีกทั้งพยายามจะแกล้งหลอกให้คนกลุ่มนี้หลงเชื่อข่าวสารที่ไม่ได้มีมูลความจริงกันเพื่อความสนุกสนานอีกด้วย

นับแต่นั้นมาวันที่ 1 เมษายน จึงกลายเป็น วันโกหกแห่งชาติ ที่คนสามารถแกล้งกันได้ด้วยการแต่งเรื่องอะไรที่ไม่เป็นความจริงขึ้นมาหลอกให้คนอื่นหลงเชื่อได้ แล้วถึงจะเฉลยความจริงในตอนสุดท้าย โดยมีข้อกำหนดอยู่บางอย่างว่า เรื่องที่แกล้งหลอกต้องไม่ทำให้อีกฝ่ายเลือดตกยางออก รวมถึงคนที่ถูกหลอกจะต้องไม่โกรธ เพราะเข้าใจตรงกันแล้วว่าในวันนี้เป็นวันพิเศษที่จะยกเว้นให้หนึ่งวัน

 

SERGEI SUPINSKY / AFP

ขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก วิกิพีเดีย

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ