วันนี้ (7 เม.ย. 60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพรชัย ฐีระเวช ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการเงิน สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า ตามที่ปรากฏข่าวลืออันเป็นเท็จในสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐปี 2560 ว่า รัฐจะโอนเงินให้ผู้ลงทะเบียนในอัตรา 1,500 บาท และ 3,000 บาท โดยมีระยะเวลาโอนเงินตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค. - 30 ธ.ค. 60 นั้น สศค. ชี้แจงว่าไม่มีมาตรการโอนเงินดังกล่าว ซึ่งการโอนเงินให้ในครั้งก่อนเป็นมาตรการเพิ่มรายได้ให้แก่ผู้มีรายได้น้อยในปี 2559 ไม่ได้เป็นมาตรการในปีนี้แต่อย่างใด
ขณะที่กระทรวงการคลังได้ชี้แจงแนวปฏิบัติในการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ หรือการลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อย กรณีพระสงฆ์ แม่ชี และนักโทษ ซึ่งมีบางส่วนสนใจเข้ามาลงทะเบียนรับสิทธิ์ว่า ในส่วนของพระสงฆ์และแม่ชีจะไม่ได้รับสิทธิการลงทะเบียนเพราะถือเป็นบุคคลที่พร้อมไปด้วยปัจจัย 4 ในการดำรงชีวิต อีกทั้งยังไม่ต้องประกอบสัมมาอาชีพ จึงไม่เข้าเกณฑ์ในการหาเลี้ยงชีพ เพื่อเพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายรายเดือนเหมือนกับบุคคลทั่วไป เช่น ค่าน้ำประปา ค่าไฟฟ้า ค่าเดินทางจากระบบขนส่งโดยสารสาธารณะ ที่สำคัญอยู่ในสถานะไม่จำเป็นต้องถือครองหรือสะสมทรัพย์สิน เงินฝาก สลากออมทรัพย์ และที่ดินอยู่แล้ว
ส่วนกรณีผู้ต้องขังที่ต้องโทษในเรือนจำก็ไม่ได้รับสิทธิเช่นกัน เพราะระหว่างที่ต้องโทษนั้นได้รับสวัสดิการจากเรือนจำ เช่น การจัดเลี้ยงอาหารผู้ต้องขังในเรือนจำวันละ 3 มื้อ ค่ารักษาพยาบาลรวมถึงการส่งเสริมขั้นพื้นฐานอยู่แล้ว และไม่เข้าวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งโครงการฯ ที่ต้องการให้ความช่วยเหลือกลุ่มผู้มีรายได้น้อยที่ว่างงานหรือมีรายได้ใน การประกอบอาชีพไม่เกิน 100,000 บาทต่อปีเป็นหลัก อย่างไรก็ตามในกรณีพระสงฆ์และแม่ชีมีกำหนดลาสิกขาบท ก่อนปิดโครงการวันที่ 15 พ.ค. 60 หรือผู้ต้องขังพ้นโทษก่อนปิดโครงการก็สามารถเดินทางมาลงทะเบียนได้
ทั้งนี้การลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐปี 2560 รวม 4 วันที่ผ่านมา หรือตั้งแต่ 3-6 เม.ย. 60 ผ่าน 5 หน่วยงานรัฐ มียอดการลงทะเบียนแล้วกว่า 1.74 ล้านคน โดยส่วนใหญ่เป็นการลงทะเบียนผ่าน ธ.ก.ส. กว่า 9.1 แสนคน ซึ่งกระทรวงการคลังได้ตกลงว่าจ้างธนาคารกรุงไทย เป็นผู้ดำเนินการจัดทำระบบบัตรสวัสดิการ ที่จะแจกให้กับผู้มีรายได้น้อยที่ลงทะเบียน เบื้องต้นคาดว่าจะเริ่มใช้บัตรสวัสดิการในเดือน ต.ค. 60