แม่ของนายพัสกร สิงคิ ที่ยื่นคำร้องขอรื้อฟื้นคดีอาญาในข้อหาฆ่าคนตาย เมื่อปี 2551 ให้สัมภาษณ์ด้วยน้ำตานองหน้า หลังศาลฏีกา มีคำพิพากษายกคำร้องขอรื้อฟื้นคดี ทำให้นายพัสกร ต้องกลับไปรับโทษเช่นเดิม เพราะไม่สามารถยืนยันว่าตัวเขาเป็นผู้บริสุทธิ์ได้
คดีของนายพัสกร สิงคิ หรือกุ้ง ผู้ต้องหาคดีร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา เมื่อปี 2551 ที่จังหวัดสิงห์บุรี ถูกศาลพิพากษาจำคุก 20ปี กลายเป็นคดีแรกที่ศาลรับคำร้องรื้อฟื้นคดี ตามพระราชบัญญัติรื้อฟื้นคดีอาญา พ.ศ.2526 โดยศาลฏีกา จังหวัดสิงห์บุรี นัดฟังคำพิพากษาขอรื้อฟื้นคดีอาญาในวันนี้ ( 11 เม.ย. 60 ) ซึ่งในช่วงเช้า ฝ่ายผู้ร้อง คือ ทีมงานกระทรวงยุติธรรม นายพัสกรและครอบครัว เดินทางมาถึงศาลสิงห์บุรีด้วยสีหน้าสดใส พร้อมให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนด้วยความมั่นใจว่าจะสามารถพิสูจน์ความบริสุทธิ์ได้
แต่หลังศาลฎีกา มีคำพิพากษายกคำร้อง โดยเห็นว่าผู้ร้องไม่มีพยานหลักฐานใหม่เพียงพอที่จะแสดงว่าไม่ได้กระทำผิด ทำให้ครอบครัวและนายพัสกร ถึงกับทรุดตัวร้องไห้ด้วยความผิดหวัง แม้ศาลจะยกคำร้อง และฝ่ายนายพัสกร ยอมรับคำตัดสิน แต่นางเสนาะ สิงคิ มารดาของนายพัสกร ยังคงยืนยันว่า คืนวันเกิดเหตุ นายพัสกรอยู่บ้านพร้อมพยานอีกหลายคน
นายคมหาญ ไปสุวรรณ์ ทนายความของกระทรวงยุติธรรม กล่าวยอมรับในคำตัดสินของศาลฎีกา พร้อมยืนยันวันนี้ถือว่าสิ้นสุดกระบวนการรื้อฟื้นคดีอาญาแล้ว แต่นายพัสกร ได้รับโทษมา 1 ใน 3 แล้ว จึงเข้าข่ายขอพักโทษได้ แต่ต้องกลับไปจำคุกอีกประมาณ 2 เดือน
ระหว่างฟังคำพิพากษาวันนี้ มีครอบครัวของผู้ร้องขอรื้อฟื้นคดีอาญาคดีอื่นๆเข้าร่วมฟังด้วย รวมทั้งนางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร หรือครูจอมทรัพย์ ที่เพิ่งได้รับรื้อฟื้นคดีอาญาเป็นคดีล่าสุดเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ซึ่งมาให้กำลังใจครอบครัวของนายพัสกร ด้วยสีหน้ากังวลใจเช่นกัน