องค์กรว่าความมั่นคงและความร่วมมือในยุโรป หรือ OSCE ซึ่งสังเกตการณ์การทำประชามติในประเทศตุรกีที่ผ่านมา ระบุว่า กระบวนการทำประชามติดังกล่าวไม่เป็นไปตามระเบียบของสภายุโรป โดยการที่คณะกรรมการการเลือกตั้งของตุรกียอมให้มีการใช้บัตรลงคะแนนที่ไม่ลงตราประทับ ถือเป็นช่องโหว่สำคัญที่ทำให้เกิดการโกงผลคะแนนได้
นอกจากนี้ ยังพบความผิดปกติอีกหลายอย่าง เช่น การรณรงค์ที่บิดเบือนของฝั่งที่สนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ การคุกคามฝั่งที่คัดค้าน รวมถึงข้อเท็จจริงที่ว่าบัตรลงคะแนนไม่มีการระบุคำถามประชามติ ทั้งนี้ ผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ ปรากฎว่า ชาวตุรกี 51.41% ลงคะแนนรับรองร่างกฎหมายฉบับใหม่ เพื่อนำไปสู่การแก้รัฐธรรมนูญ ยุบตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และรวบอำนาจเข้าสู่ศูนย์กลาง โดยผู้ที่ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีจะเป็นผู้มีอำนาจบริหารเด็ดขาดทั้งหมด ทั้งอำนาจในการเลือกคณะรัฐมนตรี การประกาศใช้กฎหมาย และการแต่งตั้งผู้พิพากษาศาลฎีกาส่วนหนึ่ง ส่วนคะแนนเสียงของฝ่ายที่คัดค้านอยู่ที่ 48.59% ซึ่งถือว่าเป็นการเฉือนชนะกันเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
ชัยชนะของนายเออร์โดอันในครั้งนี้ สร้างความกังวลให้กับสหภาพยุโรป เนื่องจากนายเออร์โดอันเคยประกาศไว้ว่า จะรื้อฟื้นโทษประหารชีวิต หากชนะประชามติ ซึ่งถือว่าขัดกับเงื่อนไขการสมัครเป็นสมาชิกอียู ที่ระบุให้ประเทศสมาชิกต้องไม่มีกฎหมายการประหารชีวิต