นางสาวจีร่าร์ พิทักษ์พรตระกูล หรือ กัสจัง นำหลักฐานมายืนยันกับตำรวจ เป็น ข้อความการสนทนา ในกลุ่มไลน์ เกี่ยวกับการถูกชักชวนไปเที่ยวญี่ปุ่น ในราคาถูก พร้อมหลักฐานการโอนเงินเข้าบัญชี นายสุทิน ธัญญเจริญ ที่อ้างตัวว่าเป็นกรรมการบริษัท เวลท์ เอเวอร์ จำกัด รวมเป็นเงินกว่า 3 แสนบาท โดยยืนยันว่า ไม่ได้มีส่วนร่วมกับ โชกุน หลอกลวงผู้อื่น แต่เป็นผู้ถูกหลอกเหมือนกัน
ทั้งนี้ เบื้องต้นตำรวจอยู่ระหว่างสอบสวน เพิ่มเติม เนื่องจากข้อความที่ปรากฎในกลุ่มผู้เสียหายก่อนหน้านี้ มีลักษณะที่ นางสาวจีร่าร์ ชักชวนขายทัวร์ให้ผู้อื่น
ส่วนความคืบหน้าคดี วันนี้ ตำรวจ คุมตัว ผู้ต้องหา ในคดีนี้ 8 คน มาขออำนาจศาลอาญารัชดา ฝากขังผัดแรก พร้อมแจ้งข้อหาเพิ่มอีก 2 ข้อหา ในความผิดตาม พระราชกำหนด การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.2527 และความผิดตาม พระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ และขอคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเกรงว่าจะเข้าไปยุ่งกับพยานหลักฐาน
อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่า ขั้นตอนการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท นิติบุคคลในบ้านเรา ค่อนข้างง่าย ตามที่ธนาคารโลกจัดอันดับ โดยไทย อยู่อันดับที่ 3 ของอาเซียน ที่มีความสะดวกในการทำธุรกิจ โดยเฉพาะเรื่องการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท ขณะที่ขั้นตอนการยื่นขอจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทในปัจจุบันสามารถทำได้ผ่านเว็บไซต์และยื่นจดที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่ง ขั้นตอนเหล่านี้ ไม่ได้มีการตรวจสอบประวัติอาชญากรรม ซึ่งนักวิชาการมองว่า เป็นช่องโหว่ ที่ควรแก้ไขโดยด่วน เพื่อลดปัญหาการหลอกลวงประชาชน
ขณะที่ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ยืนยันว่า หลังผลักดันระบบการลงทะเบียนตั้งบริษัทให้อยู่ในรูปแบบ “อี-รีจิสเทรชั่น” ที่เปิดตัววันที่ 18 เมษายน และสามารถเชื่อมโยงฐานข้อมูลของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ปัญหามิจฉาชีพแฝงตัวมาจดทะเบียนตั้งบริษัทจะหมดไป