ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวฝรั่งเศสผู้มีสิทธิเลือกตั้งเกือบ 47 ล้านคน ทยอยไปลงคะแนนที่คูหาเลือกตั้งทั่วประเทศ ซึ่งเปิดให้ลงคะแนนตั้งแต่เวลา 08.00-20.00 น. วันนี้ ตามเวลาท้องถิ่น หรือตั้งแต่เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา ตามเวลาประเทศไทย ท่ามกลางมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด โดยทางการได้สั่งระดมกำลังตำรวจกว่า 50,000 นาย และทหารอีก 7,000 นาย ออกลาดตระเวนเพื่อดูแลความสงบเรียบร้อย
ทั้งนี้ มาตรการคุมเข้มความปลอดภัยนี้มีขึ้นหลังเกิดเหตุร้ายหลายครั้งในประเทศ ซึ่งรวมถึงเหตุยิงตำรวจเสียชีวิตบนถนนช็อง-เซลิเซ่ กลางกรุงปารีส เมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา
ขณะเดียวกัน วันนี้ชาวฝรั่งเศสในต่างประเทศก็ทยอยไปใช้สิทธิลงคะแนนตามสถานที่ที่กำหนดไว้เช่นกัน โดยที่สถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศส ประจำกรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม มีชาวฝรั่งเศสทยอยเดินทางมาลงคะแนนตั้งแต่เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา เช่นเดียวกับสถานกงสุลฝรั่งเศสในฮ่องกง ซึ่งมีผู้มีสิทธิลงคะแนนมากถึง 8,000 คน ส่วนที่สถานกงสุลฝรั่งเศส ในนครนิวยอร์ก ของสหรัฐ มีรายงานว่าเกิดเหตุวุ่นวายเกิดขึ้น โดยเจ้าหน้าที่ต้องสั่งอพยพเป็นการชั่วคราว หลังพบยานพาหนะต้องสงสัยอยู่ในบริเวณดังกล่าว ซึ่งเจ้าหน้าที่ใช้เวลาตรวจสอบประมาณ 50 นาที ไม่พบวัตถุที่เป็นอันตราย จึงเปิดให้ลงคะแนนกันได้ตามปกติ
ขณะที่ทั่วโลกจับตาการเลือกตั้งในวันนี้อย่างใกล้ชิด เพราะจะเป็นตัวสะท้อนทิศทางการเมืองยุโรปว่าแนวคิดการเมืองฝ่ายขวาจะขึ้นมาเป็นการเมืองกระแสหลักในยุโรปได้หรือไม่ โดยการเลือกตั้งรอบแรกนี้ จะมีผู้สมัครแข่งขันกันทั้งสิ้น 11 คน และถ้าไม่มีคนไหนได้คะแนนมากกว่าร้อยละ 50 ผู้สมัครที่ได้คะแนนสูงที่สุด 2 คน จะต้องไปลงเลือกตั้งรอบ 2 ในวันที่ 7 พ.ค. นี้
ด้านนักวิเคราะห์มองว่าการเลือกตั้งรอบแรกนี้จะเป็นการเลือกตั้งที่คาดเดาผลได้ยากที่สุดในรอบหลายสิบปี เนื่องจากผลสำรวจความนิยมครั้งล่าสุด ชี้ว่าตัวเต็ง 2 อันดับแรก คือ เอ็มมานูเอล มาครง ผู้สมัครอิสระสายกลาง และนางมารีน เลอ เปน ผู้สมัครที่มีแนวคิดขวาจัด ชูนโยบายต่อต้านการรับผู้อพยพ และต้องการพาฝรั่งเศสออกจากอียู มีคะแนนสูสีกันมาก
อย่างไรก็ตาม ประเด็นหลัก ๆ ที่ชาวฝรั่งเศสต้องการให้ผู้นำคนใหม่เร่งแก้ไข คือ ปัญหาเศรษฐกิจ ความมั่นคง และการรับผู้ลี้ภัย ซึ่งนางเลอ เปน ชูประเด็นนี้เป็นหนึ่งในนโยบายหลัก โดยระบุว่า รัฐบาลควรจัดหาตำแหน่งงาน และสวัสดิการให้ประชาชนในประเทศ ก่อนคนต่างชาติ